8 นักเตะที่ ลิเวอร์พูล ที่จบกับทีมไม่สวยนัก

0
2062

Football Crazy ข่าวฟุตบอล

จากการไปของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ที่ท้ายที่สุด ลิเวอร์พูล ก็ไม่สามารถรั้งนักเตะรายนี้ไว้ได้ และเป็นการขายนักเตะออกจากทีมด้วยค่าตัวที่แพงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์สโมสร มาย้อนดูกันว่าที่ผ่านมามีนักเตะคนไหนบ้างที่ ลิเวอร์พูล ไม่สามารถรั้งเขาอยู่ได้

1. สตีฟ แม็คมานามาน

สตีฟ แม็คมานามานก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ของ ลิเวอร์พูล เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 1990 ซึ่งในตอนนั้นเค้ามีอายุครบ 17 ปีได้ 8 วันเท่านั้น ในยุคของ เคนนี่ ดัลกลิช ชีวิตของเขาในแอนฟิลด์ดูเหมือนจะโรยด้วยกลีบกุหลาบเมื่อเค้าคว้าได้ทั้งแชมป์เอฟเอ คัพปี 1992 ในยุคของ แกรม ซูแนสส์ และแชมป์ลีก คัพปี 1995 ในยุคของรอย อีแวนส์

จนกระทั่งในเดือนพฤศจิกายน 1998 การก้าวเข้ามาของ เชร่า อุลลิเย่ร์ ที่มาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล มันทำเขาต้องพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่าเค้ายังเป็นกองกลางที่ดีที่สุดของ ลิเวอร์พูล อยู่ แม้ว่าเขาจะได้คำแนะนำจากหลายฝ่ายว่าควรย้ายไปหาประสบการณ์ใหม่ในต่างแดนเพื่อที่จะพัฒนาความสามารถที่มีอยู่ให้เพิ่มมากขึ้นก็ตาม แต่ แม็คมานามาน เลือกที่จะปักหลักในถิ่นแอนฟิลด์ต่อไป

เมื่อปี 2004 มีรายงานจากสื่อว่าแท้จริงแล้ว แม็คมานามาน รู้ดีว่า ลิเวอร์พูล ต้องการที่จะขายเขาให้ บาร์เซโลน่า ในราคา 12.5 ล้านปอนด์ มันจึงทำให้เขาคิดว่า ลิเวอร์พูล เริ่มที่จะไม่จริงใจกับเขาแล้วทั้งที่ตลอดมาเค้าทุ่มเทให้กับสโมสรแห่งนี้แบบโดยตลอด และทำให้เขาตัดสินใจเอาคืนด้วยการถ่วงเรื่องการต่อสัญญาไปเรื่อยจนหมดสัญญากับ ลิเวอร์พูล และย้ายออกจากทีมแบบไม่มีค่าตัว ไปร่วมทีม เรอัล มาดริดจนทำให้แฟนบอล ลิเวอร์พูล ประนามเขาว่าเป็น “คนทรยศ” (Judas) เขาตัดสินใจย้ายร่วมทีม เรอัล มาดริด เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 1999 โดยเป็นการยุติการลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ด้วยสถิติทั้งหมด 364 เกม ทำได้ 66 ประตู

null

2. ไมเคิ่ล โอเว่น

โอเว่น เริ่มต้นชีวิตค้าแข้งกับทีม ลิเวอร์พูล ทีมซึ่งเขาใช้ชีวิตด้วยตั้งแต่เด็ก และเขาก็สามารถทำประตูให้ทีมชุดใหญ่ได้ตั้งแต่การลงเล่นในเกมแรกให้ทีมด้วยอายุเพียง 17 ปี ด้วยฝีเท้าที่รวดเร็ว คล่องแคล่ว การเคลื่อนไหวที่ยากจะจับได้ และการปิดสกอร์ที่เชี่ยวชาญ ทำให้การเปิดตัวของเขาในพรีเมียร์ ลีก เป็นไปอย่างยอดเยี่ยม และเขาก็ใช้เวลาเพียงไม่นานเลยให้การพิสูจน์ตัวเองว่าเหมาะที่จะมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษ

เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่าจนกระทั่งในปี 2001 ถือเป็นปีที่ยอดเยี่ยมของเขา เมื่อเขาเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทีม ลิเวอร์พูล คว้า 3 แชมป์ทั้งยูฟ่า คัพ, เอฟเอ คัพ และลีก คัพ นอกจากนี้เกมทีมชาติเขาสามารถทำแฮตทริกได้ในเกมที่พบกับทีมชาติเยอรมัน ซึ่งนั่นก็ให้เขาคว้าถ้วยบัลลงดอร์ ประจำปีนั้นไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่

ไมเคิล โอเว่น ตัดสินใจย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล หลังจากใช้ชีวิตอยู่กับทีมเป็นเวลา 8 ปีที่รุ่งโรจน์ มีรายงานว่าเนื่องจาก ลิเวอร์พูล ยังไม่เคยได้แชมป์ลีกสูงสุดในประเทศ บวกกับไม่เชื่อมือกุนซือสแปนิชคนใหม่ในปีนั้นที่ชื่อ ราฟาเอล เบนิเตซ ท้ายที่สุดเขาตัดสินใจขอขึ้นบัญชีย้ายทีม ดังนั้น ในวันที่ 13 สิงหาคม ปี 2004 โอเว่นจึงกลายเป็นนักเตะ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวถูกเพียง 12 ล้านปอนด์ ทั้งที่ราคาของเขาในตอนนั้นอาจจะสูงถึง 30 ล้านปอนด์ แต่ ลิเวอร์พูล จำต้องขายราคาถูกดีกว่าปล่อยให้หมดสัญญาแล้วเสียนักเตะไปฟรีแบบที่เคยเกิดขึ้นในกรณีของ สตีฟ แม็คมานามาน

null

3. ชาบี อลอนโซ่

ชาบี อลอนโซ่ เริ่มต้นอาชีพการค้าแข้งกับ เรอัล โซเซียดาด เมื่อปี 1999 ก่อนย้ายไปร่วมทีม ลิเวอร์พูลด้วยค่าตัว 10.5 ล้านปอนด์ ในปี 2004 ก่อนพา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2005 และคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ปี 2006

แม้ว่าจะไม่ได้พาทีมประสบความสำเร็จมากมายแต่ช่วงที่ อลอนโซ่ อยู่กับ ลิเวอร์พูล ทีมของเขาก็ไม่เคยพลาดพื้นที่การไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งฤดูกาลสุดท้ายของ อลอนโซ่ กับ ลิเวอร์พูล คือซีซั่น 2008-2009 ทีมอันดับที่ 2 ของตารางพรีเมียร์ลีก มีคะแนนเป็นรองอันดับหนึ่งอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเพียงแค่ 4 คะแนน ถือเป็นอันดับดีที่สุดในรอบ 7 ปีของทีม

ก่อนหน้าที่ เจ้าตัวจะย้ายทีม ลิเวอร์พูล ติดต่อกับ บาร์เซโลน่า ไว้ เนื่องจากเป๊ป กวาร์ดิโอล่า อยากเขาไปร่วมทีม แต่ท้ายที่สุด บาร์เซโลน่า คว้า เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ เสริมทัพ ทำให้ อลอนโซ่ ตัดสินใจย้ายออกจากทีมไปสู่ เรอัล มาดริด ในฤดูกาลถัดมา เมื่อปี 2009 ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ เนื่องจากเจ้าตัวมีปัญหากับ ราฟาเอล เบนิเตซ ที่คิดจะขายเขาออกจากทีมรวมไปถึงสโมสรที่ไม่คิดเก็บเขาไว้ ซึ่งนับตั้งแต่นั้น ลิเวอร์พูล ก็ยังไม่สามารถหากลางที่มีฝีเท้าระดับโลกแบบเจ้าตัวได้อีกเลย

null

4. ฮาเวียร์ มาสเคราโน่

ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ กองกลางพันธุ์ดุรายนี้ย้ายจาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด มาสู่ ลิเวอร์พูลด้วยสัญญายืมตัวก่อนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2007 ก่อนที่จะซื้อขาดในฤดูกาล 2007-2008 ด้วยค่าตัว 18.6 ล้านปอนด์ ซึ่งการมาของมิดฟิลด์ชาวอาร์เจนไตน์ เพื่อประสานงานร่วมกับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ ชาบี อลอนโซ่ ทำให้แดนกลางของลิเวอร์พูลแข็งแกร่งอย่างมากในยุคนั้น

มาสเคราโน่ เล่นให้กับลิเวอร์พูล 139 นัดยิงไป 2 ประตู แต่หลังจากที่ อลอนโซ่ ย้ายไป เรอัล มาดริด ทำให้ทีมอ่อนลง และจบแค่อันดับ 7 ในฤดูกาล 2009-2010 และดูเหมือนทิศทางของทีมก็ยังไม่พัฒนาขึ้น

ทั้งนี้ บาร์เซโลน่า นั้น ให้ความสนใจต้องการคว้าตัวมาสเคราโน่ มานานแล้ว และพยายามยื่นข้อเสนอดึงตัวมาร่วมทีมโดยตลอด แต่ก็ยังถูกปฏิเสธจากกุนซือในขณะนั้นอย่าง รอย ฮ็อดจ์สัน จนกระทั่งแข้งจอมดุฟ้า-ขาว ได้ประท้วงด้วยการไม่ให้ลงสนามให้กับ ลิเวอร์พูล

เจ้าตัวแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าต้องการย้ายออกจากแอนฟิลด์ ทั้งนี้ส่วนสำคัญที่ทำให้นักเตะอเมริกาใต้รายนี้ตัดสินใจย้ายออก เนื่องด้วยมีปัญหากับการอยู่ในเมืองผู้ดี โดยครอบครัวของเขาไม่มีความสุขกับการอาศัยในเกาะอังกฤษ ท้ายที่สุด ลิเวอร์พูล ก็ขายเขาให้กับ บาร์เซโลน่า ด้วยค่า 30 ล้านปอนด์ในปี 2010 และนับตั้งแต่นั้น ลิเวอร์พูล ยังไม่สามารถหากลางรับพันธุ์ดุเช่นเดียวกับเขาได้อีกเลยจนกระทั่งทุกวันนี้

null

5. เฟร์นานโด ตอร์เรส

“เอล นินโญ่” ดาวยิงแก้มแดงที่ออกมายอมรับว่า เขาเป็นแฟนบอลตัวยงของของสโมสร ลิเวอร์พูล ย้ายจาก แอตเลติโก มาดริด มาร่วมทัพ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2007 ด้วยค่าตัว 20.2 ล้านปอนด์ สมใจกุนซือ ราฟาเอล เบนิเตซ พร้อมกับได้รับเสื้อหมายเลข 9 ซึ่งเสื้อหมายเลขนี้ส่วนใหญ่แล้วเป็นหมายเลขที่นักเตะในระดับท็อปเท่านั้นที่จะได้ใส่ แน่นอนว่าการย้ายมาร่วมทีมของ เฟร์นานโด ตอร์เรส ไม่ทำให้ “เดอะ ค็อป” ผิดหวังแม้แต่น้อย

แม้ก่อนหน้านี้ มีหลายทีมที่สนใจตัวเขาทั้ง บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส หรือแม้กระทั่ง เชลซี ทุกข้อเสนอถูกปฏิเสธกลับไป ตอร์เรสอยู่กับทีมต่อ จนกระทั่ง ย้ายร่วมทีม ลิเวอร์พูล ในที่สุด เขากลายเป็นดาวยิงขวัญใจของ เดอะ ค็อป ทุกคน และคู่หูคนใหม่ของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด

จนกระทั่งในปี 2011 ตอร์เรส ที่เป็นตัวหลักมานาน แต่กลับไม่เคยประสบความสำเร็จในระดับสโมสรเลย ได้รู้สึกว่าเขาควรพอเสียทีกับที่ถิ่น แอนด์ฟิลด์ ที่ยังไม่น่าจะตอบโจทย์การลุ้นแชมป์ให้กับเขาได้ เขาจึงตัดสินใจขอขึ้นบัญชีย้ายในโค้งสุดท้ายของตลาดนักเตะในเดือนมกราคมปี 2011 สร้างความเจ็บช้ำใจและโกรธแค้นให้กับสาวกหงส์แดงจำนวนมาก ถึงขั้นมีการเผาเสื้อของเขาทิ้ง

ท้ายที่สุด ลิเวอร์พูล ไปคว้าตัว แอนดี้ แคโรลล์ เข้ามาสู่ทีมด้วยค่าตัวที่แพงที่สุดเป็นสถิติสโมสร ส่วน เชลซี สร้างความตื่นตะลึงให้กับตลาดนักเตะช่วงปีใหม่ ด้วยการคว้าตัว เฟร์นานโด ตอร์เรส สุดยอดกองหน้ามาจากสโมสร ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าตัวระดับสถิติของเกาะอังกฤษในชั่วโมงนั้น รวมถึงเป็นนักเตะที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรในตอนนั้นด้วยเช่นกัน

null

6. หลุยส์ ซัวเรซ

ซัวเรส ย้ายจาก อาแจ็กซ์ ทีมดังในลีกดัตช์มาอยู่ ลิเวอร์พูล ในเดือนมกราคม ปี 2011 ด้วยค่าตัว 22.8 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าตัวที่แพงที่สุดในเวลานั้นก่อนการมาของ แอนดี้ แคโรลล์ ในช่วงเดือนเดียวกันนั้นเอง ทั้งนี้หัวหอกทีมชาติอุรุกวัยก็ตอบแทนด้วยผลงานระดับสุดยอดเป็นดาวซัลโวของทีมถึงสามฤดูกาล โดยเฉพาะในฤดูกาล 2013-2014 ที่ทีมหงส์แดงใกล้เคียงกับการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกมากที่สุด เก็บไป 84 คะแนน น้อยกว่าแชมป์อย่างแมนฯซิตี้ เพียงแค่ 2 คะแนนเท่านั้น ในฤดูกาลดังกล่าวซัวเรสยิงรวมไป 31 ประตูจาก 37 นัด

อย่างไรก็ตามการโดนแบนห้ามลงรับใช้ทีมชาติและสโมสร ลิเวอร์พูล เป็นเวลาถึง 4 เดือนจากการไปกัดใส่ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ ในเกมที่อิตาลีกับอุรุกวัย พบกันในศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบแรก กลุ่มดี โดยก่อนหน้านี้กองหน้าชาวอุรุกวัย เคยโดนเอฟเอลงโทษแบนห้ามลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ถึง 10 เกม ในกรณีที่กัด บรานิสลาฟ อิวาโนวิช มาแล้ว

จากเหตุการณ์ดังกล่าวมีส่วนทำให้ ลิเวอร์พูล ตัดสินใจปล่อยดาวยิงอุรุกวัยไปร่วมทีม บาร์เซโลน่า ในฤดูกาล 2014-2015 ด้วยค่าตัว 65 ล้านปอนด์ ลิเวอร์พูล ที่ขาด ซัวเรซ ก็แทบขาดใจจากเป็นทีมที่ลุ้นแชมป์กลับมาต้องจบอันดับที่ 6 และ 8 ในสองซีซั่นติดต่อกัน

null

7. ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

ปีกดาวรุ่งรายนี้ย้ายมาร่วมทีมอคาเดมี่ ลิเวอร์พูล ในปี 2010 จากนั้น 2 ปีถัดมาในปี 2012 ด้วยฟอร์มการเล่นที่เข้าตาเคนนี่ ดัลกลิช ส่งแข้งรายนี้ลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีกพบ วีแกน แอธเลติก ด้วยวัยเพียง 17 ปี 107 วัน และกลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ที่ได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ทันที

อย่างไรก็ตามแม้เขาอาจจะไม่ได้เป็นแข้งตัวดังขวัญใจของเหล่าสาวกหงส์แดงมากนัก แต่การย้ายทีมของเขา กลับสร้างความไม่พอใจให้กับเหล่าแฟนบอลสักเท่าไหร่ เนื่องจากบอร์ดบริหารของ ลิเวอร์พูล หารือกันเรียบร้อยแล้วว่าจะยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้ พร้อมค่าเหนื่อย 100,000 ปอนด์ แต่นั่นกลับไม่เพียงพอต่อดาวรุ่งที่กำลังคิดว่าตัวเขาเองดีพอสำหรับสโสรใหญ่ทั้งที่เพิ่งพิสูจน์ตัวเองได้เพียงแค่ 1 ฤดูกาล

ท้ายที่สุด ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ตัดสินใจย้ายไปค้าแข้งยังถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม กับ เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ทุ่มเงินก้อนโตพรากเขาไปจาก แอนฟิลด์ ด้วยราคาประมาณ 44 ล้านปอนด์ ในปี 2015 พร้อมกับคำตราหน้าว่า “ดาวรุ่งหน้าเงิน”

null

8. ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

ไม่มีคำบรรยายใด ๆ มากมาย สำหรับรายสุดท้าย เพราะทุกคนทราบกันดี

null

และนี่ก็คือเหล่านักเตะดังที่ ลิเวอร์พูล ไม่สามารถรั้งตัวพวกเขาเอาไว้ได้ ซึ่งบางทีหากว่านักเตะเหล่านี้อยู่กับทีมพร้อมหน้าพร้อมตา ทีม “หงส์แดง” อาจจะได้สัมผัสแชมป์มากกว่านี้ก็เป็นได้

Football Crazy ครบเครื่องเรื่องฟุตบอลสำหรับคนบ้าบอลเช่นคุณ