10 เรื่องต้องรู้ของผู้ชายชื่อ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

0
882

Football Crazy ข่าวฟุตบอล

เป็นการย้ายตัวที่เหล่าแฟนหงส์แดงต่างรอคอย สำหรับเจ้าของเสื้อเบอร์ 4 คนล่าสุดต่อจาก โคโล่ ตูเร่ โดยเปิดตัวชูเสื้ออย่างเป็นทางการที่สนามซ้อมเมลวู้ด ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และนี่คือ 10 เรื่องต้องรู้ของผู้ชายชื่อ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

1. เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค เริ่มต้นค้าแข้งอาชีพกับ โกรนิงเก้น ในปี 2011 ต่อมาในปี 2013 เจ้าตัวย้ายมาเล่นให้กับ เซลติก จากนั้น ปี 2015 ได้ย้ายมาร่วมทัพนักบุญแดนใต้อย่าง เซาธ์แฮมป์ตัน และในปี 2017 ปัจจุบัน เขากลายเป็นเซ็นเตอร์แบ็คที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์วงการลูกหนัง และเป็นนักเตะที่มีมูลค่าแพงที่สุดของสโมสร ลิเวอร์พูล ด้วยจำนวน 75 ล้านปอนด์ สร้างความตื่นเต้นให้กับสาวก “หงส์แดง” ไม่น้อย และอยากเห็นฟอร์มการเล่นของเขาภายใต้สีเสือเครื่องจักรสีแดงในเร็ววัน

—————————————-

2. เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค เป็นนักเตะคนที่ 10 ของ ลิเวอร์พูล ที่ย้ายมาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน หากย้อนไปนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร ลิเวอร์พูล คว้าแข้งจาก เซาธ์แฮมป์ตัน มาแล้ว 9 ราย ซึ่ง เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค เป็นรายที่ 10 ต่อจาก โจเซป โฮร์ (ค่าตัว 75 ปอนด์), แฟร้งค์ เกรเยอร์ (ค่าตัว 100 ปอนด์), พอล โจนส์ (สัญญายืมตัว) ปีเตอร์ เคราช์ (ค่าตัว 7 ล้านปอนด์), ริคกี้ แลมเบิร์ด (ค่าตัว 4.5 ล้านปอนด์), อดัม ลัลลาน่า (ค่าตัว 25 ล้านปอนด์), เดยัน ลอฟเรน (ค่าตัว 20 ล้านปอนด์), นาธาเนี่ยล ไคลน์ (ค่าตัว 12.5 ล้านปอนด์), ซาดิโอ มาเน่ (ค่าตัว 30 ล้านปอนด์) ตามลำดับ

—————————————-

3. เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ติดทีมชาติครั้งแรกตอนอายุ 24 ถ้าหากเป็นสมัยยังอยู่กับ โกรนิงเก้น ในช่วงต้น ๆ ของเส้นทางค้าแข้งและเป็นดาวรุ่งอยู่นั้นฟอร์มพี่ท่านมันก็หวือหวาอาหาเออเหอเท่าไหร่ แม้ว่าจะย้ายมา เซลติก สโมสรในลีกสูงสุดของประเทศสกอตแลนด์ เขาก็ระเบิดฟอร์มสุดยอดออกมาต่อเนื่อง แต่ยังไม่ได้รับโอกาสลงสนาม จนกระทั่ง ย้ายมาอยู่กับ เซาธ์แฮมป์ตัน การรอคอยติดธงของ ฟาน ไดจ์ค ก็สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 10 เดือนตุลาคม 2015 เมื่อถูกเรียกไปเข้าแคมป์และลงสนามภายใต้ชุดแข่งของ อัศวินสีส้ม เป็นครั้งแรกในเกมพบ คาซัคสถาน และเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 2-1

—————————————-

4. สมัยที่ ฟาน ไดจ์ค เล่นให้กับ เซลติก ทีมดังในสกอตติช พรีเมียร์ชิพ หลังจากโชว์ฟอร์มได้สุดยอดต่อเนื่องในทุกเกมและตลอดฤดูกาล ทำให้เซ็นเตอร์แบ็ครายนี้ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีถึง 2 ครั้งติดต่อกันเลยทีเดียว ซึ่งเป็น 2 ฤดูกาลที่เขาเล่นให้กับ เซลติก ก่อนย้ายมาร่วมทีม เซาธ์แฮมป์ตัน นั่นเอง

—————————————-

5. เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค เคยถูกตั้งฉายาว่า “นิว ยาป สตัม” ซึ่งในประวัติศาสตร์วงการลูกหนังของประเทศฮอลแลนด์นั้น ต้องบอกเลยว่าจะหาปราการหลังคนไหนที่มีความแข็งแกร่งมาเทียบเคียงกับ ยาป สตัม ได้นั้น เป็นเรื่องที่ยากสุด ๆ เรียกว่านับหัวได้เลยทีเดียว แต่สำหรับ ฟาน ไดจ์ค นั้น ตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ มาแล้ว เขามักจะถูกยกเอาไปเปรียบเปรยกับสุดยอดตำนานแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คนนี้อยู่บ่อยครั้ง จนได้รับฉายาที่ไม่มีใครอยากได้อย่าง “นิว ยาปสตัม” มาในที่สุด อย่างไรก็ตาม เมื่อมองถึงความสามารถหลัก ๆ ในการเล่นเกมรับของทั้งคู่แล้วก็ต้องบอกว่ามีอะไรที่เหมือนกันในหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะความแข็งแกร่ง ความเกรี้ยวกราดดุดัน การเข้าปะทะอันแม่นยำ รวมถึงหัวใจของความเป็นนักสู้ซึ่งนี่แหละคือคุณสมบัติของผู้เล่นระดับท็อปที่ทุกคนมี

—————————————-

6. เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ที่มีอายุ 18 ปี เขาเพิ่งเข้ามาร่วมทีม วิลเลม ทเว ของ ลีกฮอลแลนด์ ในฐานะนักเตะเยาวชนอยู่ ซึ่งถือว่าเริ่มต้นค่อนข้างช้าเลยทีเดียวสำหรับคนอาชีพพ่อค้าแข้ง แต่นั่นก็ไมใช่การออกสตาร์ทที่น่าจดจำเท่าไหร่นัก เพราะด้วยอาการเจ็บป่วยจากโรคเยื่อบุช่องท้องจนมีหนองออกมานั้น ทำให้ร่างกายของเขา ในตอนนั้นผอมและตัวเล็กมากด้วย ซึ่งก็ส่งผลต่อการเคลื่อนที่อย่างมาก สุดท้ายก็โดนปล่อยตัวออกมาฟรี ๆ อย่างน่าผิดหวัง แต่ถึงกระนั้น หลังจากที่รักษาตัวเองจนหายดี ทีม โกรนิงเก้น ก็ดึงพระเอกของเราเข้าไปร่วมทีมก่อนดันขึ้นสู่ชุดใหญ่ แล้วขายออกไปสร้างชื่อต่อที่ เซลติก จนโด่งดังและเป็นแนวรับที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกในปัจจุบันนี้เอง

—————————————-

7. รู้หรือไม่ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค เคยถูกส่งลงไปเล่นเป็น สไตรเกอร์ อย่างที่หลาย ๆ คนทราบกันดีอยู่แล้วว่า เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค นั้นเป็นเซ็นเตอร์แบ็คจอมลุยที่โด่งดังมากในเรื่องนี้ แม้กับ เซาธ์แฮมป์ตัน เขาจะไม่ค่อยได้พาบอลลากเลือดเดือดดาลขึ้นมาด้วยตัวเองเหมือนตอนอยู่ เซลติก แต่ก็มีส่วนช่วยเกมบุกของทีมนักบุญอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ซึ่งในปี 2011 ตอนที่เล่นอยู่กับ โกรนิงเก้น กองหลังตัวแกร่งคนนี้ก็ถูกผู้จัดการทีมส่งลงสนามไปยืนเป็นสไตรเกอร์แบบเฉพาะกิจ เพราะแข้งตัวจริงได้รับบาดเจ็บจนลงสนามไม่ไหว ซึ่งสุดท้ายเขาก็พาทีมถล่มคู่แข่งอย่าง เดนฮาก ไปเละเทะด้วยสกอร์ 4-2 เลยทีเดียว

—————————————-

8. อดีตเซ็นเตอร์นักบุญรายนี้ยกย่องให้ อองโตนี มาร์กซิยาล คือกองหน้าที่รับมือยากสุดในชีวิต ซึ่งเป็นดาวยิงหน้าอารมณ์เดียวจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั่นเอง มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ทั้งคู่เจอกัน มาร์กซิยาล ยังใช้ความเร็วไล่ตอน ฟาน ไดจ์ค ซะตะคริวกินคาสนาม ร้อนถึง มาร์กซิยาล ต้องมาช่วยนวดให้อีกต่างหาก

—————————————-

9. ค่าตัวของ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค แพงกว่านักเตะทั้งหมดของ สโมสร ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ทีมคู่แข่งร่วมศึก พรีเมียร์ ลีก ที่มีค่าตัวในทีมรวมทั้งสิ้น 52 ล้านปอนด์ เรียกได้ว่าแค่เขาคนเดียวก็แทบซื้อนักเตะพวกทีมเล็ก ๆ ในพรีเมียร์ ลีก ได้เกือบยกทีมเลยทีเดียว

—————————————-

10. มารดาของ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค เป็นคนเชื้อสายซูรินาเม อดีตเคยเป็นประเทศอาณานิคมของเนเธอร์แลนด์ ด้วยเหตุนี้เขาจึงมี 2 สัญชาติ เช่นเดียวกับผู้เล่นอื่นที่มีชื่อเสียงระดับตำนานของเนเธอร์แลนด์อย่าง แพทริค ไคลเวิร์ต, แฟร้งค์ ไรการ์ด, เอ็ดการ์ ดาวิดส์ และ คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ