เรื่องราวต่อไปของ Jack Wilshere

53
LEICESTER, ENGLAND - AUGUST 20: Jack Wilshere of Arsenal applauds the travelling supporters during the Premier League match between Leicester City and Arsenal at The King Power Stadium on August 20, 2016 in Leicester, England. (Photo by Michael Steele/Getty Images)

หลังจากผ่านค่ำคืนอันหฤโหดสำหรับแฟนบอลในการลุ้นการซื้อขายผู้เล่นในวันสุดท้ายที่หลายสิบทีมขยับตัวจ่ายเงินกันอย่างวุ่นวาย

สำหรับอาร์เซนอลอาจเป็นเรื่องแปลกสักหน่อยเพราะจากทุกปีที่ต้องมาลุ้นใครจะเข้ามา แต่ปีนี้มาลุ้นว่านักเตะในทีมจะออกไปหรือไม่

Jack Wilshere ตกเป็นข่าวในวันที่ 29 สิงหาคมหรือสองวันก่อนปิดตลาดว่าได้รับอนุญาตให้ย้ายทีมได้ในแบบยืมตัว กองกลางทีมชาติอังกฤษวัย 24 ปี ไม่มีตำแหน่งตัวจริงในทีมเดอะ กันเนอร์สมานานมากแล้วจากอาการบาดเจ็บหนักมาแทบทั้งฤดูกาลที่แล้ว มาจนถึงฤดูกาลใหม่ที่เขาผ่านศึกยูโร 2016 กับทีมชาติอังกฤษก่อนกลับมาเพื่อนั่งรอโอกาสของตัวเองข้างสนามเพราะวันนี้ตำแหน่งกลางสนามมีทั้งเมซุต เออซิล และซานติ การ์ซอล่า จองอยู่แล้วหากไม่เจ็บไม่แบน แถมวันนี้คู่แข่งใหม่ตำแหน่งเดียวกันอย่าง กรานิต ชาก้า ก็มาด้วยค่าตัวเกือบ 35 ล้านปอนด์ และนั่นคือเหตุผลใหญ่ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสถานะของเขากับอาร์เซนอล

บอร์นมัธ คือทีมที่เขาเลือกจากการที่ต้องการลงเล่นในลีกเดิมต่อไป ต่างไปคือสโมสรใหม่นี้จะการันตีตำแหน่งตัวจริงให้เขาอย่างแน่นอน สิ่งที่ส่งผลเชิงบวกให้กับเขาก็คือการมีเวลาในสนามมากยิ่งขึ้น เป้าหมายคือเรียกฟอร์มการเล่นเดิมๆ ที่เคยพีคสุดๆ จนถึงขั้นต่อกรกับคู่กลางของบาร์เซโลนาในยุคนั้นอย่าง ชาบี-อิเนียสต้า ได้อย่างไม่เกรงกลัวคืนกลับมาให้ได้ แต่ในขณะเดียวกันคือปัญหาเรื่องของสภาพร่างกายโดยเฉพาะข้อเท้าของเขาจะเชื่อฟัง และดูแลกันไปให้ไปเจออาการบาดเจ็บได้อีกหรือไม่

วิลเชียร์เจ็บหนักครั้งแรกในช่วงปรีซีซันปี 2011-12 ในถ้วยเอมิเรตส์ คัพ ซึ่งนั่นส่งผลรุนแรงถึงขั้นหายไปทั้งฤดูกาลนั้น และใช้เวลาในฤดูกาลถัดมาอีกหลายเดือนกว่าที่จะลงสนามมาได้ หลังจากนั้น “วิลพาวเวอร์” ของแฟนบอลก็ได้ลงเล่นสลับกับอาการบาดเจ็บมาตลอดสามปีหลังสุด โดยฤดูกาลที่แล้วก่อนเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ กับเชลซี เขาก็ต้องพักยาวอีกหลายเดือน

“ลงเล่นให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” ส่วนหนึ่งในบทสัมภาณ์ของวิลเชียร์เมื่อต้นฤดูกาลนี้กับเป้าหมายของเขาในฤดูกาลนี้ ท่ามกลางการแข่งขันในแดนกลางที่หนาแน่น ทับตำแหน่งกันหลายคน วิลเชียร์ตัดสินใจครั้งใหญ่เลือกเดินออกมาจากทีมที่เขาอยู่มาตั้งแต่ 9 ขวบเพื่อหาโอกาสตามที่เขาตั้งใจไว้แต่แรก แทนที่จะอยู่สู้ชิงตำแหน่งตัวจริงในทีม ซึ่งตอนนี้เขาไม่ใช่ “ตัวเลือกแรก” อีกแล้ว ซึ่งการรอคอยโอกาส หรือลงเล่นเกมละ 10-20 นาที ที่ต้องลุ้นว่าจะได้โอกาสไหม มันไม่มากพอสำหรับวัยของเขาที่มากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งโอกาสกับทีมชาติอังกฤษที่จะได้โอกาสก็ต่อเมื่อลงเล่นในสโมสรอย่างสม่ำเสมอ

นั่นเป็นที่มาของการเปลี่ยนสังเวียนเวทีใหม่ให้กับตัวเองเพื่อกลับมาสังเวียนเก่าในฐานะคนสำคัญของทีมอีกครั้งของ แจ็ค วิลเชียร์