สรุปผลฟรายเดย์ไนท์: หงส์แดงยังเจ๋ง บุกมาเชือดสิงห์บลูถึงถิ่น

0
139

​ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำคืนวันศุกร์ หรือเช้าวันเสาร์ตามเวลาบ้านเรา ลิเวอร์พูล ของ เยอร์เก้น คล็อปป์ สามารถ บุกไปเอาชนะ เชลซี ได้ถึงถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ 2 ประตูต่อ 1

ครึ่งแรกเป็นลิเวอร์พูลที่เล่นได้ดีกว่า และคุมเกมได้เหนือกว่าเจ้าบ้านอย่างเห็นได้ชัด
นาทีที่ 17 ลอฟเรน ยิงประตูขึ้นนำให้ทีมเยือนจากจังหวะที่ คูตินโญ่โยนจากริมเส้นฝั่งซ้ายมายังพื้นที่ว่าง ซึ่งลอฟเรน ไม่มีตัวประกบ ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 1 ประตูต่อ 0


นาทีที่ 36 เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม มาบวกประตูขึ้นนำ ให้ลิเวอร์พูลด้วยการปั่นโค้งสุดสวย กูร์กตัวส์ ไม่สามารถเซฟได้ ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 2 ประตูต่อ 0


จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ทีมเยือนออกนำเจ้าบ้าน เชลซี 2 ประตูต่อ 0


นาทีที่ 61เชลซีไล่ตีไข่แตกมาได้สำเร็จจากจังหวะขลุกขลิกแถวกรอบเขตโทษก่อน มาติช จะไหลสั้นๆ ทะลุช่องมาให้คอสต้าชาร์จจ่อๆ เชลซี 1 ลิเวอร์พูล 0


ช่วงท้ายเกมทั้ง 2 ทีมมีโอกาสทำประตูได้ไม่มาก จบเกมทำอะไรกันไม่ได้ เชลซี พ่ายคาถิ่นต่อ ลิเวอร์พูล 1 ประตูต่อ 2 ลิเวอร์พูลเก็บ 3 แต้มออกไปได้สำเร็จ

ลิเวอร์พูลขึ้นไปอยู่อันดับที่ 4 ของตารางมี 10 คะแนน ส่วน เชลซี อยู่ที่ 3 ของตารางมี 10 คะแนนเช่นเดียวกัน แต่ลูกได้เสียดีกว่าลิเวอร์พูล แมตช์ต่อไปลิเวอร์พูลจะเปิดรังต้อนรับการมาเยือนของ ฮัลล์ ซิตี้ ส่วนทาง เชลซี จะออกไปเยือน อาร์เซนอล ในพรีเมียร์ลีก

11 ตัวจริง เชลซี
ตัวจริง
กูร์กตัวส์, อิวาโนวิช (กัปตัน), เคฮิล, ลุยซ์, อัซปิลิกวยต้า, ก็องเต้, วิลเลี่ยน (ออกนาทีที่ 83), ออสก้าร์ (ออกนาทีที่ 84), มาติช (ออกนาทีที่ 84), อาซาร์, คอสต้า
สำรอง
เบโกวิช, มาร์กอส อลอนโซ่, เปโดร (เข้านาทีที่ 84), ฟาเบรกลาส (เข้านาทีที่ 84), โมเสส (เข้านาทีที่ 83), บัตชัวยี่

11 ตัวจริง ลิเวอร์พูล
ตัวจริง
มิโญเล่ต์, ไคลน์, ลอฟเรน, มาติป, มิลเนอร์, ไวจ์นัลดุม (ออกนาทีที่ 90), เฮนเดอร์สัน (กัปตัน), ลัลลานา, มาเน่, คูตินโญ่ (ออกนาทีที่ 82), สเตอร์ริดจ์ (ออกนาทีที่ 57)
สำรอง
คาริอุส, ลูคัส เลว่า (เข้านาทีที่ 82), สจ๊วร์ต (เข้านาทีที่ 90), โอริกี้ (เข้านาทีที่ 57), โมเรโน่, เอจาเรีย, กรูยิช