รักจริง! เผยมูรินโญ่ตามตื๊อรูนีย์หลายครั้ง ก่อนลงเอยกันที่แมนฯยู

0
175

การเตรียมเปิดตัวหนังสือ “Close up and Personal” ของโฆเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งเขียนโดย โรเบิร์ต บีสลีย์ นักข่าวกีฬาผู้มีความสนิทสนมกับมูรินโญ่ โดยในหนังสือมีเรื่องมากมายให้ได้อ่านกัน หนึ่งในนั้นคือเรื่องของอาร์แซน เวนเกอร์ ที่เจ้าตัวไม่ชอบขี้หน้าสุดๆ และอีกเรื่องคือการที่เขาชื่นชอบในตัวของเวยน์ รูนีย์ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ โดยต้องการเซ็นสัญญาถึง 2 ครั้งสมัยคุมกับเชลซี จนตอนนี้ได้ย้ายมาทำงานร่วมกันที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้

ในเดือนตุลาคม ปี 2010 ในช่วงที่รูนีย์กำลังมีปัญหาคุยเรื่องสัญญาไม่ลงตัวกับ “ปีศาจแดง” มูรินโญ่ โทรหาผู้เขียน

“ถ้ารูนีย์ต้องการย้ายออกจากแมนฯยู โทรหาผมด้วยนะ” -โฆเซ่ มูรินโญ่-

แน่นอนไม่มีการโทรศัพท์ถึงมูรินโญ่ เพราะในเวลานั้นรูนีย์ตัดสินใจด้วยเวลาไม่นานนักภายใต้การคุมทีมของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เขาเซ็นสัญญา 5 ปีอยู่กับทีมต่อไป แต่ในทุกครั้งที่มีเรื่องกับสถานการณ์ที่ไม่ชัดเจน หรือดูแล้วเจ้าตัวไม่มีความสุขกับทีม มูรินโญ่แทบไม่จะไม่พลาดข้อมูลเหล่านั้นเลย

ในปี 2013 การกลับมาของมูรินโญ่กับเชลซี เป้าหมายผู้เล่นในทีมที่เขาต้องการอันดับต้นๆ คือเวยน์ รูนีย์ ซึ่งในช่วงนั้นมีข่าวออกมาตลอดว่ารูนีย์มีปัญหาเรื่องของสัญญา และลังเลที่จะอยู่ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในช่วงที่การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้จัดการทีมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจากเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มาเป็นเดวิด มอยส์ ซึ่งเป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของมอยส์ และรูนีย์ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าไม่ค่อยถูกกันเท่าไรนัก ซึ่งนั่นทำให้มูรินโญ่ ติดตามสถานการณ์อย่างเต็มที่ เพื่อคว้าตัวเขามาร่วมทีมเชลซี

“ผมชอบเขานะ เขาอยู่ในช่วงอายุที่ดีมาก ประสบการณ์สูงมาก”

ในช่วง 7 กรกฏาคม 2013 ที่รูนีย์ มีปัญหาหลุดตัวจริง และนั่นทำให้สถานการณ์ของทีมชาติอังกฤษต้องสะเทือนไปด้วย

“ถ้าเวยน์กลายเป็นตัวเลือกที่สองที่ยูไนเต็ด กับทีมชาติมันต้องสะเทือนด้วยแน่ เขาบอกผมแบบนี้ แต่ไม่กี่วันต่อมาเขาบอกว่า ผมคงไม่สามารถพูดอะไรได้มากเกี่ยวกับนักเตะทีมอื่น แต่อย่างที่คุณรู้ ผมบอกเสมอว่าผมคิดอะไร และผมชอบนักเตะคนนี้มาก”

หลังจากนั้นในช่วงพรีซีซั่นของฤดูกาล 2013-14 ที่สหรัฐ อเมริกาเขาเชื่อมั่นว่า 30 ล้านปอนด์ของเชลซี จะทำให้การซื้อขายจบลงได้

“ผู้เขียนจำได้ว่า นั่งอยู่ที่เล้าจ์ของโรงแรมแมนดาริน ในวอชิงตัน ดีซี ร่วมกับลูกชายผม โจชัว มูรินโญ่ ก็เข้มาคุยพร้อมบทสนทนาที่ว่า คุณคิดยังไงที่เราจะพยายามเซ็นสัญญาเจ้าเด็กอ้วน”

ลูกชายผมหัวเราะที่ได้ยินแบบนี้ ผมเองก็เริ่มหัวเราะและก็บอกกับลูกว่า

“เขาหมายถึงรูนีย์ เด็กอ้วนก็คือรูนีย์” ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าเขาต้องการตัวรูนีย์มากแค่ไหน

ต่อมา ผู้เขียนโทรหาเอเยนต์ พอล สเตรจฟอร์ด ผมรู้จักเข้ามาหลายปี และเราก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เรามีการคุยกันนานพอสมควร และเขาก็สร้างความเชื่อมั่นให้ผมเชื่อว่า รูนีย์ มีโอกาสที่จะย้ายออกจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งมันก็เหมือนจะแน่นอนแล้ว แต่มันก็ไม่จบ เชลซีรอสัญญาณจากรูนีย์ คือการร้องขอย้ายทีมจากตัวเขา

หลังเกมที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอกับเชลซี 0-0 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในช่วงต้นฤดูกาล มูรินโญ่ตัดสินใจครั้งสุดท้ายให้รูนีย์เลือกมาเลย “ผมอยากย้าย” หรือ “ผมจะอยู่ต่อ” ซึ่งสุดท้ายจบลงที่รูนีย์ไม่เคยได้ยินคำว่า “ผมอยากย้าย” จากรูนีย์