[พร้อมคลิปประตู] แพร์ริซิซยิงโหด! อินเตอร์ บด สปาล 2-0 ทาบจ่าฝูงกัลโช่

0
44
Inter Milan's Croatian forward Ivan Perisic gestures after scoring a goal during the Italian Serie A football match Inter Milan vs Fiorentina at the San Siro stadium in Milan on August 20, 2017. / AFP PHOTO / MIGUEL MEDINA

กัลโช่ เซเรีย อา เกมแรกของวันอาทิตย์ “เนรัซซูรี่” อินเตอร์ มิลาน เปิดบ้านรับการมาเยือนของ สปาล ทีมน้องใหม่ ซึ่งผลงานในสองเกมแรกเจ้าบ้านเก็บชัยชนะได้สองเกมรวด ขณะที่สปาล เริ่มต้นได้ดีด้วยการมีถึง 4 คะแนน

เกมนี้เจ้าบ้านวาง “เมาริโต้” เมาโอ อิคาร์ดี้ หัวหอกฟอร์มแรงกัปตันทีมนำเกมรุก เคียงข้างด้วยอันโตนิโอ คันเดรว่า และอิวาร แพร์ริซิซ ปีกโครแอต ขณะที่ทีมเยือนวางคู่หน้าประสบการณ์สูงทั้ง มาร์โก บอร์ริเอลโล่ และอัลเบร์โต้ ปาลอสคี่ จับคู่ลงล่าตาข่าย

5 นาทีแรก เป็นเจ้าบ้านเดินหน้าเข้าใส่ทันที หลังฟอร์มดีมาในสองเกมแรก แพร์ริซิซ และคันเดรว่า ขึ้นเกมสองฝั่ง ก่อนที่จังหวะยิงแรกของเกมจะเป็นของกาเกลียดินี่ ได้บอลหน้าเขตโทษ ยิงหลุดเสาออกไป

นาทีที่ 7 ทีมเยือนขอลองบ้างจากจังหวะทุ่มไกล บอลทะลักมาถึงในเขตโทษ ปาลอสคี่ ได้ตวัดยิงบอลติดเซฟ ฮันดาโนวิช ออกไป

นาทีที่ 14 อินเตอร์ และกาเกลียดินี่ ได้ลุ้นอีกครั้ง จากลูกยิงไกลนอกเขตโทษก็ยังไม่เข้ากรอบอีกครั้ง

ครึ่งทางครึ่งแรกพอดี อินเตอร์ ประท้วงว่าน่าจะได้จุดโทษจากจังหวะวิคารี่ แนวรับสปาล เตะสกัดใส่ เจา มาริโอ ล้มลงในเขตโทษ แต่กรรมการเป่าว่าเป็นการฟาลว์หน้าเขตโทษ จนได้ใช้งาน VAR เพื่อช่วยในการตัดสินจังหวะนี้ และกรรมการวิ่งไปที่ข้างสนามดูภาพช้าอีกครั้งด้วยตนเอง ก่อนที่จะชี้ไปที่จุดโทษให้กับอินเตอร์ มิลาน

Goal! นาทีที่ 27 อิคาร์ดี้รับหน้าที่สังหารจุดโทษด้วยขวาบอลเสียบเสาไม่มีพลาด เป็นประตูที่ 5 ของ “เมาริโต้” ในฤดูกาลนี้

นาทีที่ 29 อินเตอร์ มิลานน่าได้ประตูจากการเข้าทำระหว่าง คันเดรว่า กับอิคาร์ดี้ ก่อนจบด้วยการยิงของอิคาร์ดี้ บอลไม่ผ่านเซฟของโกมิส

นาทีที่ 33 ทีมเยือนได้ลูกฟรีคิกระยะประมาณ 30 หลา บอร์ริเอลโล่ ยิงด้วยขวาติดกำแพงออกไป

นาทีที่ 35 อินเตอร์ สร้างเกมรุกขึ้นมาขึงหน้าเขตโทษ ก่อนจบด้วยการยิงนอกเขตโทษของ คันเดรว่า บอลโค้งจะเสียบเสาอยู่แล้ว แต่โกมิส ปัดทิ้งออกไปได้เฉียดฉิว

ท้ายครึ่งแรกทดเวลาบาดเจ็บสองนาที อินเตอร์ ได้ลุ้นประตูเพิ่มจากลูกโหม่งของแพร์ริซิซ แต่บอลเหินข้ามคานออกไป ขณะที่สปาลน่าได้ประตูตีเสมอจากจังหวะวางบอลข้ามแนวรับอินเตอร์ ให้ปาลอสคี่ได้วิ่งควบเข้าไปยิงหลุดเสาออกไป

จบครึ่งแรก อินเตอร์ มิลาน 1 – 0 สปาล

เริ่มต้นครึ่งหลัง ทีมเยือนเปิดหน้าแลกทันที อินเตอร์ กลายเป็นฝ่ายตั้งรับ รอสวนกลับ แต่สปาลก็ยังหาจังหวะเน้นๆ ให้ได้ลุ้นประตูแต่อย่างใด

นาทีที่ 62 อินเตอร์ มิลาน ได้สวนกลับขึ้นมาด้านขวาของคันเดรว่า หลุดไปสุดเส้นดึงจังหวะจนถึงที่สุด แต่บอลดันไม่ผ่านการเซฟของโกมิส ตัดสินใจทุบทิ้งออกไป

นาทีที่ 65 สปาลได้ลุ้นบ้างจากจังหวะฟรีคิกบอมบ์เข้ากลาง และเป็นวิเวียนี่ได้โหม่งหลุดเสาไปนิดเดียว

นาทีที่ 66 ทั้งสองทีมมีการเปลี่ยนตัว อินเตอร์ มิลาน ถอด เจา มาริโอ ออกมาพักส่ง มาร์เซโล โบรโซวิช ลงมาแทน ขณะที่สปาล ถอด อัลเบร์โต้ ปาลอสคี่ ออก ส่ง มีร์โก อันเตนุชชี่ ลงแทน

นาทีที่ 72 เจ้าบ้านยังคงพยายามควานหาประตูที่สองเพื่อความชัวร์ แพร์ริซิซ ได้หลุดไปทางซ้ายก่อนตบเข้ากลางให้โบรโซซิช จะได้ยิงอยู่แล้วแต่โดนวิเวียนี่ตามมาแซะบอลเหินข้ามคานออกไป

นาทีที่ 73 อินเตอร์ น่าได้ประตูอย่างที่สุดจากจังหวะดันขึ้นสูงของสคริเนียร์ ก่อนตัดสินใจยิงไกลมากกว่า 35 หลา บอลลอยชนคานกระเด้งออกมาแบบที่โกมิสได้แต่มองแล้ว

นาทีที่ 76 อินเตอร์ มิลาน ส่งมัทธิอัส เวชิโน่ ลงมาแทนที่ของ บอร์ฆา บาเลโร่ ขณะที่สปาล ถอด ลูก้า โมร่า กัปตันทีมออก ส่ง อัลเบร์โต้ กราสซี่ กลางดาวรุ่งมาเล่นแทน

นาทีที่ 81 อิคาร์ดี้ ครึ่งหลังเงียบไปหน่อย แต่ก็มาได้ลุ้นจากจังหวะนี้กับการโหม่งสะบัด แต่ไม่แรงพอผ่านมือโกมิส เซฟสบาย

Goal! นาทีที่ 87 อินเตอร์ มิลาน ได้ประตูย้ำชัยชนะจากจังหวะอิคาร์ดี้จะได้ง้างแต่เจอสกัดบอลมาเข้าทาง ดิ’ อัมโบรซิโอ ได้เปิดย้อนเข้ากลาง และเป็นแพร์ริซิซ กดด้วยซ้ายเต็มข้อบอลพุ่งวาบเช็ดคานเข้าไปแบบสุดสวยสำหรับประตูของปีกโครแอต

จบเกมอินเตอร์ มิลาน เอาชนะ สปาล ไปได้ 2-0 เก็บชัยชนะสามเกมรวดรั้งรองจ่าฝูงเป็นรองยูเวนตุส แค่ประตูได้-เสีย ขณะที่สปาล แพ้เป็นเกมแรกของฤดูกาลนี้

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

อินเตอร์ มิลาน: ซามีร์ ฮันดาโนวิช, ดานิโล่ ดิ’ อัมโบรซิโอ, มิลาน สคริเนียร์, เจา มิรันด้า, ดัลเบิร์ต, บอร์ฆา บาเลโร่ (มัทธิอัส เวชิโน่ 76), โรเบร์โต้ กาเกลียดินี่, อันโตนิโอ คันเดรว่า (เอแดร์ 88), เจา มาริโอ (มาร์เซโล โบรโซวิช 66), อิวาน แพร์ริซิซ, เมาโร อิคาร์ดี้

สปาล: อัลเฟรด โกมิส, เซาลี่ เวเซียเน่น, ฟรานเชสโก้ วิคารี่, บาร์ตอส ซาลามอน, ฟิลิปโป้ คอสต้า, ลูก้า โมร่า (อัลเบร์โต้ กราสซี่ 76), เฟเดริโก้ วิเวียนี่ (เฟเดริโก้ โบนาสโซลี่ 85), ปาสกวาเล่ เชียตตาเรลล่า, มานูเอล ลาซซารี่, มาร์โก บอร์ริเอลโล่, อัลเบร์โต้ ปาลอสคี่ (มีร์โก อันเตนุชชี่ 65)