[พร้อมคลิปประตู] รัวไม่มียั้ง! ปืนโตระบายอารมณ์ถล่มฮัดเดอร์สฟิลด์ 5-0

0
731
Credit Image: Arsenal.com

พรีเมียร์ ลีก เกมกลางสัปดาห์ อาร์เซนอล ทีมอันดับที่ 4 ของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ เป็นการพบกันครั้งแรกในรอบ 45 ปีที่ทั้งสองทีมพบกันในเกมลีก

Goal!! นาทีที่ 3 อาร์เซนอลได้ประตูนำจากการยิงครั้งแรกเท่านั้น ลากาแซตต์ เริ่มต้นผ่านบอลให้ชาก้า ต่อไปที่แรมซีย์ ไขว้ต่อให้ลากาแซตต์ที่วิ่งทำทางขึ้นไปหลุดเดี่ยวได้ยิงด้วยซ้ายผ่านลอสเซิ่ลเข้าไปไม่มีเหลือ เป็นประตูที่ 7 ของกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสในฤดูกาลนี้

นาทีที่ 9 อาร์เซนอลยังบุกได้มากกว่า ลากาแซตต์ แย่งโหม่งกับแนวรับทีมเยือน บอลตกมาเข้าทางแรมซีย์ยิงไกลข้ามคานออกไป

15 นาทีแรกผ่านไป เจ้าบ้านทำได้ดีกว่า ครองบอลได้เยอะ ส่วนทีมเยือนยังหาโอกาสยิงประตูไม่ได้เลย

นาทีที่ 21 ทีมเยือนได้โอกาสครั้งแรกจากฟรีคิกด้านซ้าย เลิฟ เปิดเข้ากลางให้ซังก้าได้โหม่งข้ามคานออกไป

นาทีที่ 29 เกมชะงักชั่วครู่จากจังหวะ มุสตาฟี่ โดนคาชุนก้าย่ำไปที่ช้อเท้า

นาทีที่ 31 เจ้าบ้านน่าได้ประตูที่สองจาการต่อบอลกันหลายจังหวะ จบที่ลากาแซตต์ได้บอลตัดหน้าลอสเซิ่ล และยิงโค้งทันทีบอลเจอกองหลังเคลียร์จากเส้น โคลาซินัคจะยิงซ้ำบอลข้ามคานออกไป

นาทีที่ 38 จากความผิดพลาดของเจ้าบ้าน ทำให้ทีมเยือนได้สวนกลับ มูนิเยร์ ยกบอลข้ามแนวนรับให้ควอเนอร์ หลุดไปยิงติดบล๊อคกอสเซียลนี่

จบครึ่งแรก อาร์เซนอล 1 – 0 ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์

ครึ่งหลังอาร์เซนอล มีการเปลี่ยนตัวส่ง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ลงสนามมาแทนที่ของอเล็กซานเดร ลากาแซตต์ ที่น่าจะมีอาการบาดเจ็บในช่วงครึ่งแรก

นาทีที่ 47 เข้าบ้านได้ลุ้นทันทีจากจังหวะการเล่นของอเล็กซิส ทำชิ่งกับเออซิล ก่อนหลุดไปทางซ้าย ก่อนปีกชิลีผ่านให้เออซิลได้ยิงติดเซฟแนวรับทีมเยือนหวุดหวิด

นาทีที่ 51 เรียกว่าหน้าประตูถึงหน้าประตูเลย จากทีมเยือนได้ลุ้นก่อนจากการตัดบอลของควอเนอร์ ก่อนลากเข้าไปยิงติดเซฟของปีเตอร์ เช็ก บอลสวนกลับอาร์เซนอลแทงขึ้นหน้าเร็วก่อนจบที่ชิรูด์ยิงติดเซฟ ลอสเซิ่ลเช่นกัน

นาทีที่ 53 ทีมเยือนมาอีกแล้ว คาชุนก้าได้ลุยมาทางซ้าย ก่อนผ่านบอลลอดขามุสตาฟี่ ก่อนเป็นมูนิเยร์ยิงติดขามอนเรอัล บอลลอยโด่งย้อยจะเข้าโกล์ เช็ก ปัดทิ้งชนคานออกหลัง

นาทีที่ 59 เจ้าบ้านน่าได้สุดๆ จากจังหวะแรมซีย์แทงทะลุให้ชิรูด์ หลุดไปยิงผ่านลอสเซิ่ลไปแล้วแต่บอลชนเสา ยิงซ้ำอีกทีก็ออกข้าง โดยภาพช้าเห็นได้ชัดว่ากองหน้าเคราดกอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าแต่ไม่มีธงจากกรรมการ

นาทีที่ 61 อเล็กซิสมีโอกาสได้ลุ้นบ้างจากการเล่นชิ่งกับชิรูด์ ก่อนได้ปั่นโค้งเหินข้ามคานออกไป

Goal! นาทีที่ 68 อาร์เซนอลได้ประตูที่สองที่ต้องการ จากจังหวะโหมเกมรุกของเจ้าบ้านเริ่มจาก โคลาซินัค ต่อให้เออซิล เล่นกับอเล็กซิส จ่ายคืนมาก่อนถวายพานให้ชิรูด์ เข้าฮอสเน้นๆ ไม่มีเหลือ

Goal! นาทีที่ 70 เกมขาดแล้ว จากความผิดพลาดของแนวรับ แรมซีย์ตัดบอลได้ก่อนแทงทะลุไปทางขวาให้เออซิล เปิดโค้งมากลางประตู อเล็กซิส วอลเลย์กลางประตูหายเข้าไปจมตาข่าย 3-0 เรียบร้อยในสองนาที

Goal! นาทีที่ 72 ไหลเป็นน้ำสำหรับแนวรุกปืนใหญ่ แรมซีย์แทงทะลุแนวรับทีมเยือนให้เออซิลได้หลุดเข้าไปชิพข้ามตัว ลอสเซิ่ล ไม่มีเหลือ 4-0

นาทีที่ 74 ทั้งสองทีมมีการเปลี่ยนตัว เจ้าบ้านส่ง แจ็ค วิลเชียร์ และแดนนี่ เวลเบ็ค ลงมาแทนที่ อเล็กซิส ซานเชส และอารอน แรมซีย์ ตามลำดับ ขณะที่ทีมเยือนส่ง ดาเนียล วิลเลี่ยมส์ และโลรองต์ เดอปอเตร ลงมาแทนที่ อารอน มอย และสตีฟ มูนิเยร์ ก่อนที่ อีกสามนาทีต่อมาทีมเยือน จะส่ง ดีน ไวท์เฮด มาแทนที่ของโจนาธาน ฮ๊อค

นาทีที่ 81 เจ้าบ้านยังไม่เพลาเครื่อง โคลาซินัค เติมเกมทางซ้ายก่อนผ่านเข้ากลางติดแนวรับทีมเยือน เคลียร์ทิ้งหวุดหวิด

นาทีที่ 82 ชาก้าได้โอกาสยิงไกลนอกเขตโทษ บอลเรียดเบาไม่ผ่านมือลอสเซิ่ล

Goal! นาทีที่ 87 อาร์เซนอลที่เหนือกว่ามากแล้ว ได้ประตูที่ห้าจากจังหวะโชว์ทักษะส่วนตัวของโคลาซินัค ยกบอลข้ามแนวรับและบอลเป็นใจ วิ่งตามไปถึงบอล ก่อนแต่งจะยิงแต่กลายเป็นชิรูด์ มาตัดหน้าหวดตูมเดียวหายเป็นประตูที่สองของกองหน้าฝรั่งเศสที่ต้องมาขอบคุณแบ็คบอสเนียที่แทบจะปั้นประตูนี้มาให้เลย

จบเกม อาร์เซนอล ถล่ม ฮัดเดอร์สฟิลด์ 5-0 เก็บชัยชนะสามเกมรวดในลีก รั้งอันดับ 4 ต่อไป ส่วนทีมเยือนอยู่ในอันดับที่ 14

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

อาร์เซนอล: ปีเตอร์ เช็ก, สโคดราน มุสตาฟี่, โลรองต์ กอสเซียลนี่, นาโช มอนเรอัล, เฮคตอร์ เบลเลริน, กรานิต ชาก้า, อารอน แรมซีย์ (แดนนี่ เวลเบ็ค 74), เซอัด โคลาซินัค, เมซุต เออซิล, อเล็กซิส ซานเชส (แจ็ค วิลเชียร์ 74), อเล็กซานเดร ลากาแซตต์ (โอลิวิเยร์ ชิรูด์ 46)

ฮัดเดอร์สฟิลด์: โยนาส ลอสเซิล, มาร์ติน เครนีย์, มาร์ติน ซังก้า, คริสโตเฟอร์ ชินเลอร์, คริส เลิฟ, โจนาธาน ฮ๊อค (ดีน ไวท์เฮด 77), อารอน มอย (ดาเนียล วิลเลี่ยมส์ 74), ฟลอรองต์ ฮาเดอร์โคนาช,คอลลินส์ ควอเนอร์, เอเลียส คาชุนก้า, สตีฟ มูนิเยร์ (โลรองต์ เดอปอเตร 74)