ชำแหละ!?ทำไมแผน3-4-3ของ”คอนเต้”จึงประสบความสำเร็จในเวลานี้

0
10781
LEICESTER, ENGLAND - SEPTEMBER 20 : Manager Antonio Conte of Chelsea at King Power Stadium ahead of the EFL third round cup match between Leicester City and Chelsea at the King Power Stadium on September 20th , 2016 in Leicester, United Kingdom. (Photo by Plumb Images/Leicester City FC via Getty Images)

หลังจากที่พลพรรค “สิงห์บูล์ส” เชลซี ยอดทีมแห่งกรุงลอนดอน ระเบิดฟอร์มสุดยอด โดยเฉพาะในเกมล่าสุดที่เปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ถล่มเอาชนะ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแบบหมดสภาพ 4-0 พร้อมกับทำคลีนชีท ไม่เสียประตูให้ทีมใดในลีก ในการชนะมา 3 นัดติดต่อกันแล้ว

 

สกาย สปอร์ตส สื่อชื่อดังเมืองผู้ดี ได้ออกมาวิเคราะห์ว่าทำไม แผม 3-4-3 ของ อันโตนิโอ คอนเต้ ในเวลานี้ จึงประสบความสำเร็จอย่างมาก และพร้อมพาทีมกลับมาสู่เส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง ….

 

 

“ผมต้องแก้สถานการณ์” อันโตนิโอ คอนเต้ กล่าวหลังจากที่เห็นทัพ “สิงห์บูล์ส” โดน อาร์เซน่อล ถล่มเอาชนะไปได้ถึง 3-0 ในเกมลีก เมื่อช่วงปลายเดือน ก.ย. “ในทุกๆเกมก่อนหน้านี้เราจำเป็นต้องทำให้ได้อย่างน้อย 2 ประตู อาจจะเป็น 2 ,3 หรือ 4 ประตู เพื่อกลับมาสู่เกมให้ได้โดยตลอด ซึ่งผมจำเป็นต้องแก้ไขปัญหานี้”

 

หลังจากเข้าสู่ช่วงพักครึ่งในเกมที่พบกับ อาร์เซน่อล ที่เอมิเรตทส์ 3 ประตูที่เสียไปนั้น ทำให้ คอนเต้ รู้ตัวดีว่าทีมของเขาต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างแล้ว และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เขาปรับระบบการเล่นจาก 4-1-4-1 เป็น 3-4-3 จนถึงปัจจุบัน

df
 

 

การเสียไปถึง 9 ประตู จาก 4 เกมในเวลานั้น รวมไปถึงหายนะจากการพ่ายทีมลุ้นแชมป์ด้วยกันอย่าง ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล ทำให้เขาต้องปรับมาใช้แผนที่ตัวเองคุ้นเคยอย่าง 3-4-3 แม้มันจะไม่ถูกโฉลกกับพรีเมียร์ลีกมากนัก แต่กุนซือชาวอิตาเลียน ก็พาลูกทีมเก็บคลีนชีทได้ 3 นัดติดต่อกันประกอบไปด้วยเกมที่เอาชนะ ฮัลล์ ,เลสเตอร์ และ ล่าสุดกับ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ มูรินโญ่ เคยทำเอาไว้สมัยคุมเชลซี เลยทีเดียว

 

df

 

นับตั้งแต่ ขุนพลสิงห์บูล์ส เปลี่ยนแปลงระบบการเล่น เชลซี ก็สามารถทำประตูได้มากมายและการสร้างสรรค์เกมก็เกิดขึ้นไม่น้อยเช่นกัน พร้อมกันนี้ก็ยังปิดเกมของคู่แข่งได้แบบชนิดหมดจด

 

ในระบบ 3-4-3 นี้จะทำให้ 2 ห้องเครื่องของทีมอย่าง เนมานญ่า มาติช และ เอ็นโกโล่ กองเต้ นั้นลงมาช่วยเกมรับร่วมกับ แกรี่ เคฮิลล์ ,เซซาร์ อัซปิลิกัวเอต้า และ ดาวิด ลุยซ์ 3 แผงหลัง ขณะที่ในเกมรุก เอแดน อาซาร์ ก็ไม่ต้องลงมาพะวงกับเกมรับเหมือนที่เคย พร้อมกับมีอิสระในการทำเกมมากขึ้น รวมไปถึงยังมี ดีเอโก้ คอสต้า ที่เป็นศูนย์กลางในการทำประตูอีกด้วย

 

แม้ว่าการเปลี่ยนไปใช้ระบบแผงหลัง 3 ตัว จะทำให้ผู้เล่นคนหลายๆคนนั้นต้องได้รับผลกระทบจากความไม่คุ้นเคย ซึ่งมันจำเป็นต้องใช้เวลาเพื่อให้ทุกอย่างลงตัว แต่โชคดีที่เชลซี ในฤดูกาลนี้นั้นมีเวลามากพอที่จะฝึกซ้อมแท็กติกนี้เพิ่มขึ้นจากการที่ไม่ได้ไปแข่งขันในฟุตบอลยุโรปนั่นเอง
 

 

คอนเต้ นั้นเคยประสบความสำเร็จสำหรับแผนนี้มาแล้ว สมัยที่คุมทีม “ม้าลาย” ยูเวนตุส คว้าแชมป์กัลโช่ เซเรียอา 3 สมัย และ โคปา อิตาเลีย อีก 2 สมัย และเขาก็พยายามนำมันมาใช้ที่นี่ตั้งแต่แรก นับตั้งแต่เขาเข้ามาคุม เชลซี แม้ว่าในช่วงแรกจะลองเล่นแผงหลัง 4 ตัวแบบที่นักเตะคุ้นเคยก็ตาม แต่เมื่อมันไม่เวิร์ค ก็เชื่อว่าเมื่อปรับมาเล่นในระบบที่เขาชื่นชอบ ผู้เล่นในทีมทุกคนก็พร้อมจะเคียงข้างเขาต่อไปไม่ว่าจะเล่นแผนใดก็ตาม

 

ถึงเวลานี้ เชลซี จะกลับมาเป็น “สิงโตน้ำเงินคราม” ที่อันตรายเช่นเดิม ในระบบใหม่อย่าง 3-4-3 ได้หรือไม่

 

ผลงานในฤดูกาลนี้จะเป็นบทพิสูจน์