www.football-crazy.com  ครบทุกเรื่องสำหรับคนบ้าฟุตบอล
Hot News

It’s(not)ComingHome!โครแอตสุดฮึดต่อเวลาทุบอังกฤษ2-1ลิ่วชิงฝรั่งเศส

eng

samsung-banner-300x42-1-300x42-300x42-300x42-300x42

ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบรองชนะเลิศ “สิงโตคำราม” ทีมชาติ อังกฤษ ดวลกับ “ตาหมากรุก” ทีมชาติ โครเอเชีย

 

เริ่มเกมครึ่งแรกเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น อังกฤษ มาได้ฟรีคิกและเป็น คีแรน ทริปเปียร์ ที่ปั่นเข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้พวกเขาออกนำไปก่อน 1-0
จากนั้น อังกฤษ ยังคงเล่นได้แบบวูบวาบ มีโอกาสอยู่หลายครั้งที่จะได้ประตูที่สอง ส่วน โครเอเชีย พยายามไล่บี้เพื่อครอบครองบอลทำเกมรุก แต่ยังไม่มีจังหวะจบสักเท่าไหร่ ทำให้จบครึ่งแรก อังกฤษ ขึ้นนำโครเอเชีย 1-0

 

กลับมาเล่นครึ่งหลัง โครเอเชีย ทำได้ดีครองบอลได้มากกว่าพร้อมเป็นฝ่ายที่เปิดเกมรุกเข้าใส่จนนาทีที่ 68 มาได้ประตูตามตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ ซิเม่ เวอร์ชัลจ์โก้ เปิดให้กับ อีวาน เปริซิซ โฉบตัดหน้าแนวรับดีดเข้าไป

 

อีก 3 นาทีต่อมา โครเอเชีย เกือบพลิกแซงขึ้นนำจากความผิดพลาดในการสื่อสารของแนวรับ บอลไปเข้าทาง อีวาน เปริซิซ ที่โยกหนี ไคล์ วอล์คเกอร์ ก่อนจะซัดด้วยซ้าบบอลเรียดพุ่งไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

 

ช่วงเวลาที่เหลือ โครแอต ดีกว่า แต่ไม่สามารถทำอะไรกันได้ ทำให้จบ 90 นาทีเสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไป

 

ในช่วงครึ่งแรกของการต่อเวลาพิเศษทั้งสองทีมมีโอกาสน่าจะได้ประตูหนึ่งครั้ง อังกฤษ ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะโขกของ จอห์น สโตนส์ บอลกำลังเข้าประตูแต่ ซิเม่ เวอร์ชัลจ์โก้ ยังยืนคุมเส้นโขกสกัดออกไป ส่วน โครเอเชีย เกือบได้จากลูกชาร์จจ่อๆของ มานด์ซูคิช บอลไปติดเข่าของ ฟีคฟอร์ด

 

จนกระทั่งในนาทีที่ 109 โครเอเชีย มาได้ประตูขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะหนุนโขกต่อของ อีวาน เปริซิซ ไปให้กับ มาริโอ มานด์ซูคิช โฉบเข้าไปซัดด้วยซ้ายไม่เหลือ

 

สถานการณ์ของ อังกฤษ แย่หนักเมื่อ คืแรน ทริปเปียร์ บาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว ทำให้พวกเขาต้องเล่นด้วยสภาพ 10 คน และสกอร์ตามหลังเพราะใช้โควตา 3+1 เปลื่ยนไปหมดแล้ว

 

ช่วงเวลาทีเหลือ อังกฤษ พยายามเต็มที่แล้ว แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ จบเกม โครเอเชีย ต่อเวลาพิเศษบดแซงเอาชนะ อังกฤษ 2-1 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไปพบกับฝรั่งเศส ในวันอาทิตย์ที่ 15 ก.ค. นี้ ส่วนอังกฤษ ไปชิงที่ 3 กับเบลเยี่ยม ในวันเสาร์ที่ 14 ก.ค.

 

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

โครเอเชีย (4-2-3-1) : ดานิเยล ซูบาซิช – ซิเม่ เวอร์ซัลจ์โก้, เดยัน ลอฟเรน, โดมากอย วีด้า, อีวาน สตรินิช (โยซิป ปิวาริช แทน น. 94) – อีวาน ราคิติช, มาร์เซโล่ โบรโซวิช – อันเต้ เรบิช (อันเดรย์ ครามาริช แทน น. 101), ลูก้า โมดริช (กัปตันทีม) (มิลาน บาเดลจ์ แทน น. 119), อีวาน เปริซิช – มาริโอ มานด์ซูคิช (เวดราน ชอร์ลูก้า แทน น. 115)
อังกฤษ : (3-5-2) : จอร์แดน พิคฟอร์ด – ไคล์ วอล์คเกอร์ (เจมี่ วาร์ดี้ แทน น. 112), จอห์น สโตนส์, แฮร์รี่ แม็คไกวร์ – คีแรน ทริปเปียร์, เดเล่ อัลลี่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (เอริค ดายเออร์ แทน น. 97), เจสซี่ ลินการ์ด, แอชลี่ย์ ยัง (แดนนี่ โรส แทน น. 91) – ราฮีม สเตอร์ลิง (มาร์คัส แรชฟอร์ด แทน น. 74), แฮร์รี่ เคน (กัปตันทีม)

eng cro