[ไฮไลท์] ราชายุโรป! เรอัล มาดริด ทำลายอาถรรพ์ป้องกันแชมป์ คว้าชปล.สมัยที่ 12 อย่างยิ่งใหญ่

573

ผลการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ
คืนวันเสาร์ที่ 3 มิถุนายน 2017
จบเกม: ยูเวนตุส 1-4 เรอัล มาดริด
สนาม: มิลเลนเนียม สเตเดี้ยม คาร์ดิฟฟ์ ประเทศเวลส์

ครึ่งแรก:

เปิดฉากความมันส์ชิงเจ้ายุโรป ยูเวนตุส เป็ยฝ่ายเขี่ยบอลเริ่มเกมก่อน และได้เป็นฝ่ายบุกทักทาย เรอัล มาดริด ก่อนเช่นกัน

นาทีที่ 2 มานด์ซูคิช ของทาง ยูเวนตุส ได้โอกาสวางบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่แนวรับมาดริดเคลียร์ออกมาได้ก่อน นาทีถัดมายูเว่เสียฟาวล์เมื่อ เคดิร่า เข้าบอลอันตรายใส่ ลูก้า โมดริช แต่นาทีถัดมา เรอัล มาดริด ก็เสียฟาวล์เช่นเดียวกัน เมื่อ คาริม เบนเซม่า ทำฟาวล์ โบนุชชี่

นาทีที่ 3 โอกาสทองของ ยูเวนตุส อิกวาอิน ได้โอกาสโขกเต็มๆ แต่เป็นซูเปอร์เซฟของ เคย์เลอร์ นาบาส มาดริดรอดการเสียประตู

นาทีที่ 4 ยังคงเป็นฝั่งยูเว่ที่ได้บดใส่กดดันมาดริดต่อเนื่อง อิกวาอิน ได้โอกาสส่องไกลอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ผ่านมือ เคย์เลอร์ นาบาส ที่เซฟไว้ได้อีกครั้ง

นาทีที่ 6 มิราเล็ม ปานิช ได้โอกาสยิงไกล บอลกำลังจะพุ่งเสียบเสา แต่ เคย์เลอร์ นาบาส ยังพุ่งตัวมาเซฟไว้ได้ ผ่านครึ่งแรกมา 6 นาที เคย์เลอร์ นาบาส ช่วยเซฟประตูให้ เรอัล มาดริด ได้ไปถึง 3 ครั้งแล้ว

GOAL !!! นาทีที่ 20 ยูเวนตุส 0-1 เรอัล มาดริด
เรอัล มาดริด ได้โอกาสบุกใส่ ยูเวนตุส เบนเซม่า ไหลต่อให้ โรนัลโด้ จ่ายออกทางขวาให้ การ์บาฆาล ก่อนจ่ายกลับเข้ากลางคืนมาให้ โรนัลโด้ ได้โอกาส ยิงเรียด บอลเหมือนแฉลบโดน โบนุชชี้เล็กน้อย ก็จะพุ่งเสียบเสาตุงตาข่าย บุฟฟ่อน พุ่งไปเซฟไว้ไม่ทันการ เรอัล มาดริด ออกนำ 1-0

GOAL !!! นาทีที่ 27 ยูเวนตุส 1-1 เรอัล มาดริด
โบนุชชี่ วางบอลยาวมาให้ อเล็กซานโดร ตบกลับมาในกรอบ อิกวาอิน วอลเล่ย์ต่อให้ มานด์ซูคิช พักอก ก่อนตีลังกายิง บอลโค้งมุดเข้าประตูแบบสุดสวย นาบาส หมดสิทธิเซฟ

นาทีที่ 33 ยูเว่ได้โอกาสยิงฟรีคิกอีกครั้งเมื่อ ดิบาล่า โดนหนุนโดย ลูก้า โมดริช มาดริดเสียฟรีคิกอีกครั้ง ดิบาล่า ตัดสินใจยิงฟรีคิกแต่ติดบล็อคกำแพง

นาทีที่ 35 เรอัล มาดริด เสียฟาวล์อีกครั้ง ยุเวนตุส ได้เปิดฟรีคิกเข้าไปลุ้นในกรอบเขตโทษ เมื่อ เบนเซม่า เบียดแย่งกับ ปานิช แต่แอบมีศอกใส่เล็กน้อย ยูเวนตุส เปิดบอลเข้ามาแนวรับมาดริดยังเคลียร์ออกไปได้

จบครึ่งแรก ยูเวนตุส เสมอ เรอับ มาดริด ไปแบบสุดมันส์สมเป็นคู่ชิงเจ้ายุโรปที่ทั้งโลกรอคอย

ครึ่งหลัง:

เรอัล มาดริด ได้โอกาสเปิดบอลบุกใส่ก่อนบ้าง

นาทีที่ 47 อิสโก้ พยายามวิ่งขึ้นมารับบอลทางริมเส้นฝั่งซายแต่ บาร์ซาญี่ ถึงบอลก่อนสกัดออกหลังไปได้ เป็นเตะมุมของมาดริด โทนี่ โครส เปิดเตะมุมเข้ามาจากทางมุมธงฝั่งซ้าย ยูเวนตุส ยังช่วยกันป้องกันประตูได้

นาทีที่ 49 เกมหยุดเล็กน้อย เมื่อ โบนุชชี่ ได้รับบาดเจ็บจากการโดนบอลอัดใส่หน้า

นาทีที่ 51 เริ่มมีจังหวะปะทะกันหลายครั้ง มาร์เซโล่ เข้าบอลช้ากว่า ไปเหยี่ยบใส่เท้า ดานี่ อัลเวส เพื่อนร่วมชาติ มาดริดเสียฟาวล์อีกครั้ง

นาทีที่ 52 โทนี่ โครส เข้าบอลช้ากว่า เคดิร่า เลยไปเหยียบใส่เต็มเท้า เคดิร่า ได้รับใบเหลืองไปอีกคน

นาทีที่ 54 ลูก้า โมดริช ได้โอกาสซัดด้วยซ้าย แต่ไม่ผ่านมือ จานลุยจิ บุฟฟ่อน ล้มตัวรับบอลติดมือ

นาทีที่ 58 เรอัล มาดริด ได้โอกาสบุกอีกครั้ง มาร์เซโล่ วางบอลยาวเข้ามาในกรอบให่กับ โรนัลโด้ แต่ โรนัลโด้ เข้าชาร์จไม่โดน พลาดโอกาสทองที่จะทำประตูจ่อๆ

GOAL !!! นาทีที่ 61 ยูเวนตุส 1-2 เรอัล มาดริด
ยูเวนตุส เริ่มเสียบอลบ่อย มาดริดตัดบอลกลับมาได้หลายครั้ง จังหวะแรกมาดริดได้ยิงบอลติดแนวรับกระเฉาะออกมาเข้าทาง คาเซมิโร่ ซัดไกลเกือบ 40 หลา เต็มข้อ บอลแฉลบ เคดิร่าเล็กน้อย ก่อนผ่านมือ บุฟฟ่อน เบียดเสาเข้าประตูไปแบบสุดสวย

GOAL !!! นาทีที่ 64 ยูเวนตุส 1-3 เรอัล มาดริด
ลูก้า โมดริส วิ่งไปเอาบอลที่สุดริมเส้นจ่ายหักกลับเข้ามาในกรอบเขตโทษ โรนัลโด้ สอดขึ้นมาเข้าชาร์จแบบจ่อๆ บุฟฟ่อนหมดสิทธิเซฟ เรอัล มาดริด ขึ้นนำ 3-1

นาทีที่ 66 อัลเลกรี กุนซือยูเว่ตัดสินใจถอด อันเดรีย บาร์ซาญี่ ออก ส่ง ฮวน กวาดราโด้ ลงนามแทน

นาทีที่ 71 ยูเวนตุส เปลี่ยนตัวคนที่ 2 ส่ง เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ ลงมาแทน มิราเร็ม ปานิช

นาทีที่ 75 มาดริดได้โอกาสบุกอย่างต่อเนื่อง ยูเว่ยังตั้งเกมไม่ได้ในครึ่งหลังเสียบอลในแดนตัวเองค่อนข้างบ่อย แต่มาดริดยังไม่ได้โอกาสจบประตูที่ 4

นาทีที่ 76 ดานี่ อัลเวส เสียฟาวล์หลังไม่เข้าบอลช้ากว่า อิสโก้ มาดริดได้โอกาสเปิดฟรีคิกเข้าไปลุ้นอีกครั้ง ระหว่างนั้นมาดริดและยูเวนตุสมีการเปลี่ยนตัว เรอัล มาดริด ถอด คาริม เบนเซม่า ออก จากนั้นส่ง แกเร็ธ เบล ลงสนามแทน ส่วนทางด้าน ยูเวนตุส ถอด เปาโล ดิบาล่า ออก จากนั้นส่ง มาริโอ เลอมิน่า ลงสนาม

นาทีที่ 77 โทนี่ โครสเปิดบอลเข้าไป แนวรับ ยูเวนตุส ยังช่วยกันเคลียร์ได้

นาทีที่ 81 ยูเวนตุส ได้โอกาสเปิดฟรีคิกเข้าไปลุ้นบ้าง อัลเวส เปิดบอลเข้าไป อเล็กซานโดร ได้โอกาส โขกแต่บอลหลุดกรอบออกไปนิดเดียวเท่านั้น

นาทีที่ 82 ซีเนดีน ซีดาน เรอัล มาดริด ตัดสินใจถอด อิสโก้ ออก จากนั้นส่ง มาร์โก อเซนซิโอ้ ลงสนาม

นาทีที่ 83 จุดเปลี่ยนของเกมเมื่อ ยูเวนตุสต้องมาเหลือ 10 คน เมื่อ กวาดราโด้ ได้ใบเหลืองที่ 2 หลังปะทะกับ รามอส แต่เอามือไปผลักใส่ รามอส เล็กน้อย ต่อหน้าผู้ตัดสินริมเส้น สุดท้ายผู้ตัดสินตัดสินใจแจกใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงให้ กวาดราโด้ สำรองของยูเวนตุสที่เพิ่งจะลงมาในครึ่งหลังไปอาบน้ำก่อนเพื่อน

นาทีที่ 88 ซีดาน เปลี่ยนตัวคนสุดท้าย ส่งสำรองคนสุดท้ายอย่าง อัลบาโร่ โมราต้า ลงมาแทน โทนี่ โครส

GOAL !!! นาทีที่ 90 ยูเวนตุส 1-4 เรอัล มาดริด
ประตูฝัง จากลูกฟรีคิกของ โรนัลโด้ เปิดติดผู้เล่นยูเว่ มาร์เซโล่ ไปเก็บบอลได้ที่สุดริมเส้นพลิกพาบอลหลบผู้เล่นยูเว่ ก่อนจ่ายตัดกลับมาตรงกลาง ให้ อเซนซิโอ้ ยิงฝังในนาทีสุดท้าย

หลังจากนั้นจบเกมไม่มีฝ่ายไหนทำประตูได้เพิ่ม เรอัล มาดริด ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และเป็นการคว้าแชมป์รายการนี้เป็น สมัยที่ 12 อย่างยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าชัยชนะเหนือ ยูเวนตุส ไปถึง 4-1 คงต้องบอกว่าเป็น “ราชายุโรป” อย่างแท้จริง ส่วนทางด้าน ยูเวนตุส เป็นทีมที่ได้รองแชมป์มากทีสุดต่อไป

ไฮไลท์ฉลองแชมป์ รับถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก สมัยที่ 12 ของ เรอัล มาดริด

11 ตัวจริง ยูเวนตุส พบ เรอัล มาดริด