สรุปผลงานทั้งหมดในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนยุโรป

407
ที่มาภาพ: szwejzi via DeviantArt

จบลงไปเรียบร้อยสำหรับ การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนยุโรป ซึ่งสนุกและมีหลายสถิติถูกสร้างขึ้นในการแข่งขันครั้งนี้ มาดูสรุปผลงานของแต่ละกลุ่มกันบ้างดีกว่า

กลุ่ม เอ:

ฝรั่งเศส เข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 ด้วยการนำเป็นจ่าฝูง แข่ง 10 นัด ชนะ 7 เสมอ 2 แพ้ 1 มี 23 สวีเดน ทำได้สำเร็จรั้งอันดับ 2 ของตารางคะแนน ซึ่งมีคะแนนเท่ากับ ฮอลแลนด์ แต่มีลูกได้เสียที่ดีกว่า แข่ง 10 นัด ชนะ 6 เสมอ 1 แพ้ 3 มี 19 คะแนน

ส่วนทางด้าน ฮอลแลนด์ พลาดการเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 ร่วงตกรอบนี้ไปแบบไร้ปาฏิหาริย์ แข่ง 10 ชนะ 6 เสมอ 1 แพ้ 3 มี 19 คะแนนเท่าสวีเดน ทว่าลูกได้เสียที่ ฮอลแลนด์ ทำได้นั้นเป็นรอง สวีเดน

ทั้งนี้ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาร่วงตกรอบคัดเลือก ไม่ได้ไปเล่นรอบสุดท้ายฟุตบอลโลกคือในปี 2002 ขณะนั้น หลุยส์ ฟาน กัล เป็นกุนซือนำทัพ ทีมที่ตกรอบที่เหลือได้แก่ บัลแกเรีย ลักเซมเบิร์ด และ เบลารุส

กลุ่ม บี:

โปรตุเกส ได้สิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียกลางปีหน้าอัตโนมัติ โดยไม่ต้องเหนื่อยไปลุ้นเพลย์ออฟ ด้วยการเก็บชัยชนะเหนือ สวิตเซอร์แลนด์ 2-0

เดิมทีก่อนลงสนาม สวิตเซอร์แลนด์ มี 27 คะแนนเต็ม โดยเก็บชัยชนะ 9 นัดรวด นำจ่าฝูงตาราง ส่วนทางด้าน โปรตุเกส มี 24 คะแนน รั้งอันดับ 2 ของตารางคะแนน ซึ่งทั้งคู่ต้องมาตัดกันเองกันในนัดสุดท้าย

ท้ายที่สุด โปรตุเกส ทำได้ดีกว่า ยัดเยียดความปราชัยให้ สวิตเซอร์แลนด์ เป็นนัดแรก โปรตุเกส เข้ารอบสุดท้ายด้วยการเป็นจ่าฝูงกลุ่ม ส่วน สวิตเซอร์แลนด์ ต้องไปรอลุ้นเพลย์ออฟ ส่วนทีมอันดัล 3-6 ที่ตกรอบได้แก่ ฮังการี่, หมู่เกาะฟาโร, ลัตเวีย และ อันเดอร์ร่า ตามลำดับ

กลุ่ม ซี:

ทีมชาติเยอรมัน เป็นทีมแรกในปีนี้ที่ เก็บชัยชนะได้ 10 นัดรวด โดยไร้พ่าย ไร้เสมอ ผ่านฉลุยเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลกด้วยคะแนน 30 คะแนนเต็ม ส่วนทางด้านอันดับที่ 2 ไอร์แลนด์เหนือ ต้องไปลุ้นในรอบเพลย์ออฟต่อไป

ทีมที่ตกรอบในกลุ่มนี้ได้แก่ สาธารณรัฐเช็ก, นอร์เวย์, อาเซอร์ไบจาน และ ซาน มาริโน่

กลุ่ม ดี:

เซอร์เบีย พวกเขาเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลกได้ครั้งล่าสุดคือฟุตบอลโลก 2010 แต่ในฟุตบอลโลก 2014 หนล่าสุดพวกเขาร่วงตกรอบคัดเลือกไปก่อน มาครั้งนี้พวกเขากลับมาอีกครั้งได้สิทธิ์เข้าไปลุยฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียกลางปีหน้าเรียบร้อยแล้ว ด้วยการเป็นจ่าฝูงกลุ่ม แข่ง 10 ชนะ 6 เสมอ 3 แพ้ 1 มี 21 คะแนน

ส่วนทางด้าน สาธารณรัฐไอร์แลนด์ หรือ ไอร์แลนด์ จบด้วยอันดับที่ 2 ของตารางคะแนน แข่ง 10 ชนะ 5 เสมอ 4 แพ้ 1 มี 19 คะแนน ได้สิทธิเล่นเพลย์ออฟ

ทีมอื่นที่ตกรอบไปแบบน่าเสียดายคงนี้ไม่พ้น เวลส์ ที่ทำผลงานได้ดีในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโรป 2016 แต่สำหรับฟุตบอลโลก 2018 พวกเขาไม่ดีพอที่จะผ่านเข้าไปเล่น

นอกจากนี้ยังมี ออสเตรีย, จอร์เจีย และ มอลโดว่า ที่ตกรอบตามลำดับ

กลุ่ม อี:

โปแลนด์ ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 ได้สำเร็จ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวเตะของทีมทำสถิติเจ้าตัวยิงให้ทีมชาติโปแลนด์ไปแล้วรวม 51 ประตู จากการลงสนาม 91 นัด แซงหน้าดาวเตะรุ่นพี่ วล็อดซิเมียร์ซ ลูบานสกี้ ที่ยิงได้ 48 ประตู จากการลงสนาม 75 นัด

รวมไปถึงทำสถิติระเบิดฟอร์มยิงไปแล้ว 16 ประตู จากการลงสนาม 10 นัด ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2018 (รวมเพลย์ออฟ) แซงหน้า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ทำไว้ 15 ประตู ในเดือนสิงหาคม ยังไม่พอเท่านั้นการยิงไปถึง 16 ประตูของเจ้าตัวยังทำลายสถิติ เปรแดร็ก มิยาโตวิช หัวหอกยูโกสลาเวียเมื่อปี 1998 ที่ยิงไป 14 ประตูในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกเช่นกัน

ส่วนอันดับที่ 2 อย่าง เดนมาร์ก ที่เก็บได้ 25 คะแนน ต้องไปเล่นเพลย์ออฟเพื่อชิงตั๋วบอลโลกต่อไป ทีมอื่นในกลุ่มที่ตกรอบมีดังนี้ มอนเตเนโกร, โรมาเนีย, อาร์เมเนีย และ คาซัคสถาน

กลุ่ม: เอฟ

แฮร์รี่ เคน ดาวยิงของทีมชาติอังกฤษเป็นฮีโร่ส่งทัพ “สิงโตคำราม” ผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 6 ติดต่อกันของประศาสตร์ทีมชาตินับตั้งแต่ ปี 1998, 2002, 2006, 2010, 2014 และในปีหน้า 2018

อังกฤษ จบอันดับที่ 1 ของตารางคะแนน แข่ง 10 นัดมี 26 คะแนน ตามมาด้วยอันดับที่ 2 สโลวาเกีย แต่โชคร้ายที่ผลงานลงเล่น 10 นัด มี 18 คะแนน ลูกได้เสีย 10 ประตู

จากการคิดคะแนนและเทียบกับอันดับที่ 2 ในกลุ่มอื่นแล้ว ไม่เพียงพอที่จะส่งทีมชาติของพวกเขาได้เล่นเพลย์ออฟ สโลวาเกีย เป็นทีมเดียวในอันดับที่ 2 ของโซนยุโรป ที่ต้องตกรอบไป ทีมอื่นที่ตกรอบได้แก่ สกอตแลนด์, สโลวีเนีย, ลิธัวเนีย และ มอลต้า

กลุ่ม จี:

“กระทิงดุ” สเปน คว้าตั๋วลุยบอลโลกที่รัสเซียด้วยการจบอันดับที่ 1 ของกลุ่ม แข่ง 10 นัด มี 28 คะแนน โดยพวกเขาเป็นทีมไร้พ่าย หากแต่ไม่ได้เก็บชัยชนะ 10 นัดรวด ลงแข่ง 10 นัด ชนะ 9 เสมอ 1

อิตาลี มีการเปลี่ยนโลโก้บนเสื้อแข่งของทีมชาติใหม่ไปเรียบร้อย จบรอบคัดเลือกด้วยการรั้งอันดับที่ 2 ของตารางคะแนน แข่ง 10 นัด เก็บได้ 23 คะแนน ต้องไปเล่นเพลย์ออฟเพื่อชิงตั๋วไปเล่่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายต่อไป

ส่วนทีมอื่นที่ตกรอบไปในกลุ่มนี้ได้แก่ แอลเบเนีย, อิสราเอล, มาซิโดเนีย และ ลิกเตนสไตน์

กลุ่ม เอช:

หลังจากลงแข่ง 8 นัด ในรอบคัดเลือก เบลเยี่ยม เป็นทีมแรกของทวีปยุโรป สามารถผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลก 2018 ด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยมแข่ง 10 นัด เก็บชัยชนะ 9 เสมอ 1 ไร้พ่าย มี 28 คะแนน คว้าตั๋วลุยบอลโลกที่ประเทศรัสเซียกลางปีหน้าไปแบบผ่านฉลุย

อันดับที่ 2 กรีซ ต้องไปเล่นเพลย์ออฟ เพื่อชิงตั๋วลุยบอลโลกต่อไป ส่วนทีมที่ตกรอบได้แก่ บอสเนีย, เอสโตเนีย, ไซปรัส และ ยิบรอลต้าร์

กลุ่ม ไอ:

ปิดท้ายด้วยกลุ่มที่มีประวัติศาสตร์หน้าใหม่เกิดขึ้น “ทีมมนุษย์น้ำแข็ง” ไอซ์แลนด์ สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าไปเล่นศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรก รวมถึงกลายเป็นประเทศที่มีประชากรน้อยที่สุดที่ผ่านไปเล่นรอบสุดท้าย คือมีประชากรแค่ 334,000 คนเท่านั้น ทำลายสถิติเดิมของ ตรินิแดด & โตเบโก ที่มีประชากร 1.3 ล้านคนในตอนนั้นได้เข้าไปเล่นฟุตบอลโลกปี 2006

เป็นการพัฒนาที่ก้าวไกลของ “ทีมมนุษย์น้ำแข็ง” อย่างแท้จริง หลังจากเมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา พวกเขาได้สร้างความประทับใจเข้าไปลุยศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ยูโร 2016 รอบสุดท้าย และเหล่าแข้งได้แสดงความใจสู้รวมถึงแฟนบอลกับการเชียร์ที่ดุดันมาแล้ว

สำหรับอันดับที่ 2 ที่ได้สิทธิ์ไปเพลย์ออฟ ได้แก่ โครเอเชีย ที่ต้องมาชี้ชะตากับ ยูเครน ในนัดสุดท้ายเนื่องจากก่อนแข่งมีคะแนนเท่ากัน แล้วก็เป็น โครเอเชีย ที่คว้าชัยชนะมาครองได้สำเร็จ

นอกจาก ยูเครน ที่ตกรอบแล้ว ทีมอื่นที่ตกรอบได้แก่ ตุรกี, ฟินแลนด์ และ โคโซโว

สรุป 8 ทีมที่จบด้วยอันดับที่ 2 ของกลุ่มในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนยุโรป ซึ่งมีสิทธิ์เล่นเพลย์ออฟ ได้แก่

โครเอเชีย
เดนมาร์ก
กรีซ
อิตาลี
ไอร์แลนด์เหนือ
สาธารณรัฐไอร์แลนด์
สวีเดน
สวิตเซอร์แลนด์

ส่วนทีมที่จบด้วยอันดับ 2 แต่ผลงานไม่ดีพอที่จะได้เล่นเพลย์ออฟ คือ สโลวาเกีย

ซึ่งการจับฉลากประกบคู่รอบเพลย์ออฟ เพื่อหา 4 ทีมเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 จะมีขึ้นที่ ซูริค ในวันอังคารที่ 17 ตุลาคม เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น