www.football-crazy.com  ครบทุกเรื่องสำหรับคนบ้าฟุตบอล

[ไฮไลท์] หงส์ เล่นสบายก่อนเจ๊า ปอร์โต้ 0-0 ลิ่วรอบ 8 ทีม

lfc-0-0-porto

ผลการแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดที่ 2 คืนวันที่ 6 มีนาคม 2018

จบเกม : ลิเวอร์พูล 0-0 ปอร์โต้
(สกอร์รวม 2 นัด ลิเวอร์พูล ชนะ 5-0)
สนาม : แอนฟิลด์

นาทีที่ 18 ลิเวอร์พูล ได้โอกาสเน้น ๆ ครั้งแรกจากจังหวะการเติมทางกราบขวาของโจ โกเมซ แบ็คขวาสารพัดประโยชน์ตักบอลเข้ากลางประตู ปอร์โต้ ให้ซาดิโอ มาเน ได้จิ้ม บอลลอยออกไปแบบได้ลุ้น

นาทีที่ 28 เจ้าบ้านได้โอกาสบุกจากทางกราบขวาอีกครั้ง บอลถูกโยนเข้ากลางหวังให้ฟีร์มิโนโขก แต่เจ้าตัวเข้าไม่ถึง บอลถูกเคลียร์ออกไป

นาทีที่ 31 ลิเวอร์พูลได้โอกาสออกนำ เจมส์ มิลเนอร์ตวัดบอลให้มาเนหลุดเข้าไปซัดในเขตโทษ บอลพุ่งชนเสาฝั่งซ้ายก่อนกระดอนออกมา ทีมเยทอนเตะสกัดออกไปได้

นาทีที่ 34 อันเดร อันเดร มิดฟิลดืทีมเยือนเข้าสกัดโฉ่งฉ่าง โดนใบเหลืองไป เกมหน้าหาก ปอร์โต้ เข้ารอบ เขาจะหมดสิทธิ์ลงเล่น

นาทีที่ 35 ลูกฟรีคิกของลิเวอร์พูลเกือบตอกฝาโลงผู้มาเยือนได้ เจมส์ มิลเนอร์เปิดบอลเข้าไปลุ้นในกรอบเขตโทษ ก่อนเป็นลอฟเรนได้ขึ้นโขกเหน่ง ๆ บอลลอยข้ามคานออกไปอย่างหวุดหวิด

จบครึ่งแรก ทั้ง 2 ทีมเสมอกัน 0-0 ลิเวอร์พูลนำด้วยสกอร์รวม 5-0

นาทีที่ 48 เจมส์ มิลเนอร์ได้โอกาสซัดด้วยขวาบริเวณกลางประตู บอลหลุดออกขวาไป

นาทีที่ 49 แม็กซี เปเรย์ราได้ลองส่งไกลให้ ปอร์โต้ ตูบ้าง แต่บอลไม่เฉียดเลยสักนิด

นาทีที่ 52 มาจีด วาริสได้โอกาสสับไกในกรอบเขตโทษ แต่บอลยังติดเซฟของลอริส คารอุส นายทวารเจ้าถิ่น

นาทีที่ 55 โอลิเวอร์ ตอร์เรสได้โอกาสซัดจัง ๆ นอกรอบเขตโทษ แต่บอลลอยขึ้ยอัฒจันทร์ไปไกล

นาทีที่ 59 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมลิเวอร์พูล เข้าสกัดบอลช้า ได้รับใบเหลืองเป็นคนแรกของฝั่งลิเวอร์พูล

นาทีที่ 62 ลิเวอร์พูลถอดเาฟีร์มิโนออกไปพัก ส่งแดนนี อิงส์ลงสนามมาแทน ส่วนทาง ปอร์โต้ ส่งเซร์จิโอ โอลิเวย์ราลงมาแทนอันเดร อันเดรที่ติดใบเหลือง

นาทีที่ 67 โอกาสทำประตูครั้งแรกของอิงส์ เฮนเดอร์สันเปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษให้อดีตกองหน้าเบิร์นลีย์ได้โหม่ง แต่บอลติดเซฟของกาซิยาส

นาทีที่ 68 ปอร์โต้ เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนที่ 2 ส่งริคาร์โด เปเรย์ราลงมาแทนมาจีด วาริส

นาทีที่ 74 คล็อปป์ตัดสินใจพักมาเนบ้าง ส่งซาลาห์ลงมาในสนามหวังเพิ่มความสดใหม่ในแดนหน้า

นาทีที่ 76 อัลแบร์โต โมเรโนตัดบอลจากผู้เล่น ปอร์โต้ ได้ ก่อนได้โอกาสซัดบริเวณกรอบเขตโทษ บอลแฉลบก่อนเข้ามือกาซิยาสแบบไม่ยากเย็นนัก

นาทีที่ 77 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ได้โอกาสทำแอสซิสต์จากจังหวะเปิดบอลของเขา มิลเนอร์ได้โขกเต็ม ๆ แต่ยังตรงตัวของกาซิยาส

นาทีที่ 79 เฆซุส โคโรนาได้โอกาสซัดให้ ปอร์โต้ บ้าง บรุโนคอสต้าไหลให้โคโรนาหน้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้ายของลิเวอร์พูล เจ้าตัวลากตัดเข้าในเขตโทษก่อนได้ซัดจัง ๆ แต่บอลยังคงไม่ตรงกรอบ

นาทีที่ 80 ปอร์โต้ เปลี่ยนตัวคนสุดท้าย ส่งกอนคาโล ปาเชนซาลงมาแทนแว็งซ็องต์ อาบูบาการ์ เช่นเดียวกันกับลิเวอร์พูลทีส่งรักนาร์ คลาวานลงมาแทนเอ็มเร จานที่ดูจะมีปัญาหาบาดเจ็บรบกวน

นาทีที่ 82 ซาลาห์ได้ซัดเองครั้งแรกบริเวณด้านซ้ายของกรอบเขตโทษ แต่บอลยังไม่ผ่านมือกาซิยาส

นาทีที่ 83 เฟลิเป้ได้โอกาสวอลเลย์ในกรอบเขตโทษจากจังหะเตะมุม แต่บอลเหินข้ามคานออกไป

นาทีที่ 84 ปอร์โต้ เกือบได้ประตูขึ้นนำจากลูกฟรีคิกทางกราบขวา เซร์จิโอ โอลิเวย์ราเปิดเข้ามาชุลมุนหน้ากรอบเขตโทษของลิเวอร์พูล ก่อนเป็นริคาร์โด เปเรย์ราได้ล้มตัวกวาด แต่ลอฟเรนยังเข้ามาบล็อกได้ทัน โอลิเวอร์ ตอร์เรสตามเข้ามาซ้ำ

นาทีที่ 85 อัลแบร์โต โมเรโนได้ลองส่องอีกครั้ง แต่บอลยังไม่ตรงกรอบ

นาทีที่ 88 ลิเวอร์พูลน่าได้ประตูขึ้นนำแบบสุด ๆ จากลูกโหม่งของอิงส์ บอลทำท่าจะลอยข้ามตัวกาซิยาสไปแล้ว แต่อดีตมือ 1 ทีมชาติสเปนยังไว ปัดบอลออกไปได้

นาทีที่ 92 ดาล็อต ได้ใบเหลืองเป็นคนที่ 2 ของฝั่งทีมเยือนจากจังหวะขวางทางบอลของอิงส์

จบเกม ทั้ง 2 ทีมทำอะไรกันไม่ได้ จบกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0 แต่ลิเวอร์พูลยังเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 5-0 รอจับฉลากประกบคู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป