[ไฮไลท์ประตู] ที่นี่แอนฟิลด์! หงส์แดงเฉือนชนะ 1-0 จมเรือใบส่งท้ายปี

1071
LIVERPOOL, ENGLAND - NOVEMBER 26: (THE SUN OUT, THE SUN ON SUNDAY OUT) Divock Origi of Liverpool celebrates after scoring the opening goal during the Premier League match between Liverpool and Sunderland at Anfield on November 26, 2016 in Liverpool, England. (Photo by Andrew Powell/Liverpool FC via Getty Images)

samsung-banner-300x42-1-300x42

ผลการแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ช่วงบ็อกซิ่งเดย์ ส่งท้ายปีเก่า
จบเกม: ลิเวอร์พูล 1-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
สนาม: แอนฟิลด์
ผู้ตัดสิน: เคร็ก พาวสัน

ผู้ทำประตู: น.8 จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม

เริ่มเกม ลิเวอร์พูล บุกจากขวาไปซ้าย เปิดเกมเริ่มมาได้เพียงนาทีเดียว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้โอกาสเปิดฟรีคิกเข้าไปลุ้นก่อน แต่ยังติดกำแพง

นาทีที่ 7 แร็กนาร์ คลาวาน ได้รับใบเหลืองจากการเข้าทำฟาวล์ เซร์คิโอ อเกวโร่

GOAL !!! นาทีที่ 8 ลิเวอร์พูล 1-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ลิเวอร์พูล เจ้าถิ่นได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ อดัม ลัลลาน่า วางบอลสวย จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม เทคตัวขึ้นโขกเต็มแรง บอลพุ่งตุงตาข่าย เจ้าถิ่นออกนำ 1-0

นาทีที่ 24 ลิเวอร์พูล ได้โอกาสเปิดฟรีคิกเข้าไปลุ้นประตูที่ 2 บ้าง จากจังหวะที่ แฟร์นานดินโญ่ ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำฟาวล์ใส่ อดัม ลัลลาน่า

นาทีที่ 26 ไวจ์นัลดุม มีโอกาสได้ยิงประตูอีกครั้งแต่ยังไม่เป็นผลบอลหลุดกรอบออกไป

หลังออกนำเจ้าถิ่น ลิเวอร์พูล มีโอกาสทำเกมรุกมากกว่าทีมเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ยังไม่สามารถจบสกอร์ในพื้นที่สุดท้ายได้

นาทีที่ 30 ลิเวอร์พูล มีโอกาสล็อกยิงจาก เอ็มเร่ ชาน แต่ยังไม่เป็นผลบอลเหินข้ามคานออกหลังไป

นาทีที่ 42 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เตะมุมครั้งแรกของเกม เควิน เดอ บรอยน์ เปิดเข้ามาก็ทำอะไรไม่ได้

นาทีที่ 44 ฟีร์มีโน่ เกือบได้ทำประตูหนีห่างให้ลิเวอร์พูลก่อนหมดเวลาครึ่งแรก แต่ยังไม่เป็นผล

หมดครึ่งแรกที่แอนฟิลด์ ลิเวอร์พูล ออกนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0

สถิติในครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ครองบอลได้เหนือกว่าเล็กน้อย

เริ่มครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล เจ้าถิ่นได้โอกาสทำเกมรุกบุกใส่ แมนฯ ซิตี้ ทีมเยือนก่อน นาธาเนี่ยล ไคลน์ เกือบได้โอกาสจบด้วยการยิงหน้าปากประตู แต่แนวรับ แมนฯ ซิตี้ ยังช่วยกันป้องกันได้

นาทีที่ 55 ดาบิด ซิลมาได้บอลจากกลางสนาม เลี้ยงจี้เข้าหากรอบเขตโทษ ก่อนตัดสินใจยิงหน้ากรอบเขตโทษระยะประมาณ 20 หลา บอลเฉียดเสาหลุดออกหลังไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

นาทีที่ 59 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง พยายามพาบอลมาสุดริมเส้นแต่โดนแนวรับ ลิเวอร์พูล เคลียร์ ออกไปได้ เป็นเตะมุมของทีมเยือน แมนฯ ซิตี้ ได้เปิดเตะมุมเข้ามาลุ้น แต่แนวรับลิเวอร์พูลยังเคลียร์ออกไปได้

เข้าสู่นาทีที่ 60 ครึ่งหลังเปิดมาทีมเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รูปเกมดูดีกว่าเล้กน้อยมีโอกาสทำเกมบุกได้มากกว่าเจ้าถิ่นหวังประตูตีเสมอ

นาทีที่ 64 คล็อปป์ ตัดสินใจถอด กัปตันทีมอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ออกเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ ส่ง ดิว็อค โอริกี้ ลงมาแทน

นาทีที่ 66 เควิน เดอ บรอยน์ ได้โอกาสเปิดฟรีคิกเข้ามาลุ้น แต่ก็ลึกไปเข้ามือ ซิมง มินโญเล่ต์

นาทีที่ 68 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง พยายามพาบอลมาสุดริมเส้นอีกครั้ง แต่เป็นทาง เจมส์ มิลเนอร์ ประกบติดไม่ให้ สเตอร์ลิ่ง มีโอกาสได้เปิดบอล ลูกบอลหลุดออกหลัง เป็นลูกตั้งเตะจากประตู นาทีถัดมา ลิเวอร์พูล ได้ทำเกมรุกบ้าง โอริกี้ พยายามจะเปิดบอลเข้ามาลุ้นหน้ากรอบเขตโทษ แต่ติดแนวรับอย่าง จอห์น สโตนส์ ออกหลังเป็นเตะมุมของเจ้าถิ่น

นาทีที่ 75 เอ็มเร่ ชาน ได้ใบเหลืองไปอีกคนจากการเข้าตัดฟาวล์ด้านหลัง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

นาทีที่ 80 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เปิดเตะมุมอีกครั้ง มิลเนอร์ สาดบอลทิ้งไปในแดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้

นาทีที่ 82 ลิเวอร์พูล ได้เตะมุมเข้าไปลุ้นประตูที่ 2 บ้าง เจมส์ มิลเนอร์ เปิดเข้าไป ก็ยังโดนเคลียร์ออกมาได้

นาทีที่ 86 เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ตัดสินใจถอด ปาโบล ซาบาเลต้า ออก ส่ง เฆซุส นาบาส ลงมาแทน

นาทีที่ 89 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถอด ยาย่า ตูเร่ ออก ส่ง เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ลงมา ส่วนทางด้าน ลิเวอร์พูล ถอด ซาดิโอ มาเน่ ออก ส่ง ลูคัส เลว่า ลงมา

นาทีที่ 90+2 นิโคลัส โอตาเมนดี้ ได้รับใบเหลืองจากการเข้าทำฟาวล์ ดิว็อค โอริกี้

ผู้ตัดสินที่ 4 ยกป้ายทดเวลา 4 นาที ก่อนที่ทั้ง 2 ทีมจะทำอะไรกันไม่ได้ จบเกม ลิเวอร์พูล เปิดรังแอนฟิลด์ คว้า 3 คะแนน ได้สำเร็จ ด้วยการเฉือนชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1 ประตูต่อ 0 จากประตูชัยของ จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม ปิดฉากปี 2016 แบบสวยงาม ด้วยการยิง 87 ประตู และเก็บชัยชนะ 4 เกมติดในรอบ 36 ปี นับตั้งแต่ปี 1981 ยังรั้งรองจ่าฝูง คะแนนตามหลัง เชลซี 6 คะแนน เท่าเดิม (ดูตารางคะแนน >>> ตารางคะแนน)

ไฮไลท์การแข่งขันแบบเต็ม

11 ตัวจริง ลิเวอร์พูล

11 ตัวจริง แมนเชสเตอร์ ซิตี้