ไม่พ้น3คนนี้!ทำความรู้จักว่าที่กุนซือช้างศึกคนใหม่

297

 

ถึงเวลานี้ใกล้เข้าไปทุกขณะแล้วนะครับ สำหรับ ปฏิบัติการค้นฟ้าคว้าดาวหากุนซือ ทีมชาติไทยคนใหม่ ภายหลังจากใช้เวลาร่วมเดือน นับตั้งแต่ที่ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง โค้ชคนก่อน อำลาทีมไป

 

หลังจากผ่านวันจันทร์ที่ผ่านมา ก็ได้รายชื่อของกุนซือที่เข้ามายื่นโปรไฟล์รวมทั้งสิ้น 8 คน ได้แก่ วินฟรีด เชเฟอร์ (เยอรมนี), เรเน มูเลนสตีน (เนเธอร์แลนด์), มิโลวาน ราเยวัช (เซอร์เบีย), มาซาฮิโระ ชิโมดะ (ญี่ปุ่น), จอร์วาน วิเอรา (บราซิล), มาร์กอส ปาเกตา (บราซิล), ดราแกน ทาลายิช (โครเอเชีย) และ อแล็ง แปร์แร็ง โค้ชชาวฝรั่งเศส อดีตโค้ชทีมชาติจีน และโอลิมปิก ลียง ที่มายืนเป็นคนสุดท้าย

 
ซึ่ง “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิค ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กล่าวว่า ตอนนี้คิดว่าทุกอย่างน่าจะเรียบร้อย ภายใน 1-2 วันนี้จะสามารถประกาศชื่อโค้ชทีมชาติคนใหม่ได้ว่าเป็นใคร ซึ่งตอนนี้ตัดตัวเลือกเหลือเพียง 3 คนเท่านั้น โดย 3 คนที่ตัดมานี้เป็นคนที่เคยพาทีมชาติไปฟุตบอลโลกมาแล้วทั้งสิ้น และไม่ใช่ชาวเอเชีย

 
ทำให้เมื่อ เฮงซัง เปรยมาเช่นนี้ก็แน่นอนแล้วครับว่า 3 คนที่เคยพาทีมผ่านเข้ารอบ ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้และไม่ใช่ชาวเอเชีย นั้นจะมีเพียง มิโลวาน ราเยวัช, มาร์กอส ปาเกตา และ วินฟรีด เชเฟอร์ เท่านั้น วันนี้ เราจะพามาทำความรู้จักกับทั้ง 3 คนอีกซักนิดกัน ก่อนที่จะได้รู้กันว่า ใครกันจะได้เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ป้ายแดงของทัพ ”ช้างศึก” คนต่อไป

มิโลวาน ราเยวัช (เซอร์เบีย)

ต้องบอกว่าคนนี้ถือเป็นหนึ่งในตัวเต็งเลยทีเดียวก็คือ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือมือฉมังขาว เซอร์เบีย ซึ่งเคยเป็นอดีตกุนซือทีมชาติ กาน่า และทีมชาติแอลจีเรีย ที่ต้องบอกว่าผลงานไม่ธรรมดา เมื่อเคยพาทัพ “ช้างดำ” ผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลก 2010 มาแล้ว
จากผลงานการพาทีมชาติกาน่าสร้างเซอร์ไพรส์ เข้ารอบ 8 ทีมแล้ว เจ้าตัวยังเคยพาทีมคว้ารองแชมป์ฟุตบอลแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ทำให้ชื่อของ มิโลวาน ราเยวัช เป็นผู้ได้รับรางวัลโค้ชยอดเยี่ยมของทวีปแอฟริกาในปี 2010 แบบไร้ข้อกังขา นอกจากนี้ยังได้รางวัลโค้ชยอดเยี่ยมของสมาคมฟุตบอลเซอร์เบียในปีเดียวกันอีกด้วย
น่าสนใจที่ว่า ราเยวัช นั้นนอกจากจะมีแท็กติกที่ยอดเยี่ยมแล้ว เรายังทราบมาว่าเขานั้นยังสามารถทำงานร่วมกับทีมเยาวชนได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย โดยเขาเคยได้รับประกาศนียบัตรด้านโค้ชฟุตบอล, คณะกีฬาและการศึกษา มหาวิทยาลัยเบลเกรด สาธารณรัฐเซอร์เบีย เชี่ยวชาญและชำนาญในการสร้างและพัฒนาทีม โดยเฉพาะการเริ่มสร้างทีมเยาวชน มีทักษะพิเศษในการมองถึงความสามารถของนักเตะในระดับเยาวชน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเพื่อพัฒนาต่อยอดในอนาคต
นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นโค้ชที่มีประสบการณ์กับนักเตะในทวีปเอเชียอยู่พอสมควร ราเยวัช เคยเป็นผู้ช่วยโค้ชให้กับปักกิ่ง กั่วอัน ทีมดังในไชนีส ซูเปอร์ลีก โดยมีผลงานเป็นรองแชมป์เอฟเอคัพของจีน 2 สมัยติดในปี 2000-2001 ก่อนจะมาเป็นผู้ช่วยโค้ชของอัล ซาดด์ ในกาตาร์ ระหว่างปี 2004-2005 รวมไปถึง สโมสรอัล อาห์ลี ในซาอุดิอาระเบีย ยังเคยตัดสินใจทุ่มเงินกว่า 4.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 150 ล้านบาท ดึงตัวไปคุมทีม หลังจากเจ้าตัวหมดสัญญาจากการคุมทีมชาติกาน่าด้วย พร้อมยังพาทีมคว้าแชมป์ซาอุดิ แชมเปี้ยนส์ คัพ 1 สมัย และรองแชมป์ปรินซ์ ไฟซอล คัพ 1 สมัย ก่อนจะย้ายมารับงานใหม่คุมทีมชาติกาตาร์ในปี 2011 พาทีมได้อันดับ 7 เอเชียน คัพ

วินฟรีด เชเฟอร์ (เยอรมัน)

เซเฟอร์ เคยเซ็นสัญญาคุมทีมชาติไทยเป็นเวลา 3 ปี โดยเขาได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามาทำทีมเมื่อเดือนมิถุนายน 2011 ซึ่งทัวร์นาเม้นต์แรกคือ ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย เขาพาไทยผ่านศึกแรกมาได้หลังจากพิชิต ปาเลสไตน์ ได้ในรอบน็อกเอ้าท์แบบเหย้า-เยือน ก่อนจะร่วงตกรอบแบ่งกลุ่มซึ่งครั้งนั้นทีมชาติไทยอยู่ร่วมสายกับ ออสเตรเลีย ,โอมาน และ ซาอุดิอาระเบีย โดยไทยเก็บได้สี่คะแนนจากการลงสนามหกนัดรั้งอันดับบ๊วยของกลุ่ม ทำให้ไม่สามารถผ่านเข้าไปโชว์เพลงแข้งในรอบ 10 ทีมสุดท้ายได้
หลังจากนั้นเขาพาทีมทำศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 ซึ่งเชเฟอร์คุมทีมไทยเข้าถึงรอบชิงฯ แต่กลับโดนสิงค์โปร์บุกมาคว้าแชมป์ได้ถึงสนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยเลกแรกไทยบุกไปแพ้สิงคโปร์ 3-1 แต่กลับมาชนะในบ้านได้เพียง 1-0 เสียแชมป์คาบ้านให้ทีมลอดช่องไป
ก่อนที่ชะตาของกุนซือผู้นี้จะมาขาดในศึกเอเชี่ยนคัพ รอบคัดเลือกหลังจากคุมทีมไปได้สองนัด เกมแรกแพ้โอมานคาบ้าน 1-3 และเกมสุดท้ายของเชเฟอร์คือการพาทีมไทยบุกไปพ่ายย่อยยับให้เลบานอน 2-5 ที่สุดแล้วเขาถูก โอนไปเป็นกุนซือ เมืองทอง ยูไนเต็ด จบเส้นทางการเป็นกุนซือทีมชาติไทยในที่สุด ก่อนที่จากนั้นจะไปคุมทีมชาติ จาเมก้า ซึ่งก็ถือว่าทำผลงานได้ดีไม่น้อย หลังทะลุเข้าถึงรอบชิง โกลด์คัพ ก่อนจะพ่าย สหรัฐอเมริกา ในที่สุด

 

มาร์กอส ปาเกต้า (บราซิล)

แม้ว่าชื่อเสียงของ มาร์กอส ปาเกต้า อาจจะไม่ได้ดังกระฉ่อนหรือคุ้นเคยเท่ากับ 2 คนที่ว่ามา แต่ยอดกุนซือชาวแซมบ้า รายนี้ก็มีประสบการณ์มากมาย ทั้งกับทีมชาติบราซิล รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ที่สามารถพาทีมเป็นแชมป์เยาวชนโลกเมื่อปี 2003 รวมไปถึงผลงานในการคุมทีมระดับ เอเชียอย่าง ด้วยการพาทีมชาติซาอุดิอาระเบีย ไปฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายมาแล้ว เมื่อปี 2006
ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา ปาเกต้า ก็ได้คุมทีมในตะวันออกกลางอยู่หลายสโมสร รวมถึงล่าสุดกับทีมยักษ์ใหญ่ในประเทศอียิปต์ กับซามาเลค ด้วย