[เปิดใจ บาโลเตลลี่] : “ในวันที่ไร้ความฝันอีกต่อไป”

662
Nice's Italian forward Mario Balotelli (C) celebrates his team's victory at the end of the French L1 football match OGC Nice (OGCN) vs Olympique de Marseille (OM) on September 11, 2016 at the "Allianz Riviera" stadium in Nice, southeastern France. / AFP / VALERY HACHE (Photo credit should read VALERY HACHE/AFP/Getty Images)

“ผมไม่เหลือความฝันในวงการฟุตบอลฟุตบอลอีกแล้วมีเพียงเป้าหมายเท่านั้น”

– คำพูดที่ออกมาจากใจของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ในวัย 26 ปี ขึ้นชื่อว่าโลกมนุษย์ย่อมไม่มีอะไรแน่นอน จากเดิมที่เส้นกราฟชีวิตสุดจมดิ่งราวกับประตูทางออกแห่งความหวังได้ถูกปิดตายแต่แล้วจู่ๆชีวิตค้าแข้งของ “บาโล” กลับถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

ใครจะกล้าเชื่อว่าจากนักเตะที่ทุกคนร้องยี้หนึ่งเดือนให้หลังหัวหอกจอมอินดี้จะสามารถเอาชนะใจสาวกทุกหมู่เหล่าทั้งที่เพิ่งย้ายมาอยู่กับ นีซ ได้ไม่นาน…

ผลงาน 5 ประตูจากการลงสนามเพียงแค่ 3 นัดแรกมันช่างเย้ายวนใจจนอดไม่ได้ที่จะกล่าวถึง ในบรรดานักเตะใหม่หากจะมีพ่อค้าแข้งคนไหนที่ชีวิตแสนสุขี ณ เวลานี้คงไม่มีใครเกิน “เกรียนโอ้ผู้นี้” อีกแล้ว

“ผมกลับมาสนุกกับการเล่นฟุตบอลอีกครั้ง” ยอดดาวยิงคนเก่งกล่าว “ผมสนุกกับการลงสนามเช่นเดียวกับนอกสนามที่ช่างวิเศษสุดๆ”

“เมืองนีซเป็นเมืองที่วิเศษไปเลย สภาพแวดล้อมของที่นี่ก็มีส่วนที่ทำให้ผมตัดสินใจย้ายร่วมทีมหลังจากก่อนหน้านี้อยู่ในเมืองอย่าง ลิเวอร์พูล และ มิลาน มา”

ย้อนกลับไปเมื่อซีซั่นก่อนมรสุมลูกใหญ่ต่างถาโถมเข้าสู่แข้งวัย 26 ปีรายนี้ไม่ยั้งตลอดเวลาที่ถูกปล่อยให้กับ เอซี มิลาน ยืมตัว “บาโลเตลลี่” กลับทำได้แค่ลูกเดียวพร้อมโดนดร็อปออกจากทีมเป็นเวลานานโดยทำได้แค่ซ้อมไปวันๆ

ซึ่งหัวหอกเจ้าปัญหาก็ยอมรับว่า นั่นเป็นช่วงเวลาที่ “ย่ำแย่สุดในชีวิต” ชนิดที่หมดคราบอดีตดาวรุ่งสุดเด่นดัง

“นั่นเป็นช่วงเวลาที่ย่ำแย่จริงๆ บรรยากาศในทีมไม่ได้ดีเลยสำหรับผม ถึงตอนนี้ผมยังงงไม่หายว่าทำไมผมถึงไม่ได้โอกาสทั้งที่ผมไม่ได้ทำผิดอะไร”

“ทั้ง พฤติกรรม ที่ผมก็ไม่ได้ประพฤติผิดเช่นเดียวกับมีปัญหากับเพื่อนร่วมทีม ยกเว้นอาการบาดเจ็บมันก็เป็นเรื่องที่พวกเราเหล่านักเตะไม่สามารถควบคุม”

กระนั้นในความเลวร้ายที่ประสบยังคงมีอยู่อีก “หนึ่งแสงสว่าง” เล็กๆซ่อนอยู่ แม้ชีวิตกับ “ปีศาจแดง-ดำ” จะไม่เป็นดั่งหวังทว่า “บาโล” ก็เผยว่า มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ตนนั้นรู้สึกดี

นั่นก็คือ “อาเดรียโน่ กัลเลียนี่” รองประธานสโมสรนั่นเอง!

“มีอยู่คนหนึ่งที่เป็นเรื่องดีอย่างเดียวในชีวิตของผมก็คือ กัลเลียนี่” อดีตดาวเตะ มิลาน เปิดใจ

“ในความสับสนมากมายที่เกิดขึ้นที่ เอซี มิลาน มีอยู่สิ่งหนึ่่งที่แน่นอน และ เปรียบดั่งหัวใจสำคัญของพวกเขานั่นก็คือ กัลเลียนี่”

“แต่ตอนนี้ กัลเลียนี่ นั้นกำลังจะอำลาทีมแล้ว คุณคิดยังไงเกี่ยวกับการโบกมือลาของเขาล่ะ!? นั่นก็หมายความว่า มิลานกลายเป็นทีมที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายโดยสมบูรณ์แล้วไง”

อุตส่าห์ลงทุนพูดถึง มิลาน เช่นนี้งานนี้มีฤาที่คนอย่าง “เกรียนโอ้” จะพลาดพูดถึงอดีตต้นสังกัดที่เพิ่งผ่านพ้นไปอย่าง ลิเวอร์พูล

ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา บาโลเตลลี่ กลายเป็นคนไร้ค่าในถิ่น แอนฟิลด์ โดยสมบูรณ์แบบไล่ตั้งแต่การโดนส่งไปซ้อมกับทีมเยาวชนรวมถึงถูกพยายามเร่ขายหลายครั้ง

กระนั้นเจ้าตัวก็ยืนยันว่า ตนเองไม่เคยโกรธสโมสรแต่อย่างใด และ เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความผิดของใครเพียงแต่เมื่อเราทั้งสองต่างไม่ใช่…

หนทางเดียวที่ทำให้ทุกอย่างลงเอยด้วยดีนั่นก็คือ “แยกทางกัน”

“ผมได้คุยกับ คล็อปป์ เพียงครั้งเดียวเท่านั้นแหละ และ เขาก็บอกว่า เขาไม่มีปัญหาแต่อย่างใดถ้าผมจะอยู่กับทีมต่อแต่ผมจะไม่ใช่ตัวเลือกแรก”

“เขาแนะนำให้ผมไปหาโอกาสลงเล่นกับที่อื่นดีกว่าจากนั้นก็ทุ่มเทให้หนักแล้วเราก็มีโอกาสกลับมาร่วมงานกันอีกได้ แต่ผมก็บอกเขาไปว่า งั้นคงต้องขอบคุณ และ ลาก่อน เราคงต้องแยกย้ายไปทางใคร-ทางมัน”

“ผมไม่เคยโกรธ เพราะ มันไม่ใช่ความผิดของใคร ก็แค่ทั้งพวกเขา และ ผมต่างไม่เหมาะต่อกันและกัน”

ส่วนกับอนาคตนับจากนี้เจ้าตัวก็ตั้งเป้าที่จะกลับไปติดทีมชาติอีกครั้งให้จงได้หลังจากที่ยังคงถูกหมางเมินมากว่า 2 ปีแม้กับฟอร์มล่าสุดจะสุดสะเด่าก็ตาม

ซึ่ง “บาโลเตลลี่” เองก็น้อมรับในการตัดสินใจของ เวนตูร่า เฮดโค้ชทีมชาติอิตาลีพร้อมขอมุ่งมั่นที่จะพิชิตใจนายใหญ่คนเก๋าต่อไป

“ผมพลาดช่วงเวลาในทีมชาติมานานเหลือเกินแต่ว่ากันตามตรงมันก็สมควรดีแล้ว”

“ผมหวังที่จะกลับไปติดทีมชาติอีกครั้งในเร็วๆนี้แต่ผมก็ต้องอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดเช่นกัน มันจะดีกว่าถ้าผมมองข้ามความผิดหวังนี้ไปพร้อมทำผลงานให้ดีที่สุดในเกมต่อๆไป”

ดูจากการให้สัมภาษณ์แล้วก็ต้องบอกว่า “เกรียนโอ้” ในวันนี้เริ่มเติบโตขึ้น…

รักษาฟอร์ม และ ทัศนคติเช่นนี้ต่อไป…แล้ว “สิ่งดีๆ” จะตามมาแน่นอน!