อย่างนี้นี่เอง!”ปาเยต”ร่ายยาวเหตุลาค้อนเพราะแท็กติก”บีลิช”

44
LIVERPOOL, ENGLAND - DECEMBER 11: Dimitri Payet of West Ham United celebrates scoring an equalising goal during the Premier League match between Liverpool and West Ham United at Anfield on December 11, 2016 in Liverpool, England. (Photo by Arfa Griffiths/West Ham United via Getty Images)

ดิมิทรี ปาเยต แนวรุกทีมชาติฝรั่งเศสของโอลิมปิก มาร์กเซย์ ออกมาเผยถึงสาเหตุที่ต้องตัดสินใจอำลา เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก็เนื่องจากทัศนคติ และแท็กติกการเล่นของทีม ไม่เข้ากับตัวเขาแม้แต่นิด

โดย ปาเยต ที่กลายเป็นวายร้ายของแฟนบอลแฮมเมอร์ส หลังประท้วงไม่ยอมลงสนามในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา เนื่องจากต้องการกลับมาค้าแข้งกับ โอลิมปิก มาร์กเซย์ อดีตทีมเก่าของเขา ก่อนที่สุดท้าย เวสต์แฮม จะตัดใจปล่อยแข้งที่ดีที่สุดของสโมสรเมื่อฤดูกาลที่แล้วออกจาทีมด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์

ล่าสุด ปาเยต ได้ออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์กับ L’Equipe สื่อดังของฝรั่งเศส ซึ่งเผยว่าสาเหตุที่ย้ายเนื่องจากรู้สึกผิดหวังกับ แท็กติกของ สลาเวน บีลิช กุนซือ เวสต์แฮม ที่เอาแต่ลงไปตั้งรับนั่นเอง

“วิถีการเล่นของเรานั้นเน้นตั้งรับมากเกินไปในช่วงหลัง ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ผมชื่นชอบ คุณสามารถที่จะพูดออกมาได้ว่า ผมนั้นรู้สึกแย่สุดๆ ใช่แล้ว ผมผ่านมันมาโดยไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย ”

“ในช่วงเดือน ม.ค. ผมบอกสโมสรว่าต้องการย้ายกลับไปเล่นให้กับ มาร์กเซย์ ซึ่งพวกเขาไม่ต้องการปล่อยผมไป นั่นจึงเป็นเหตุให้ผมบอกพวกเขาไปว่าผมจะไม่ลงสนามให้กับเวสต์แฮมอีกต่อไป”

“จากนั้นผมก็ได้ติดต่อไปที่ มาร์กเซย์ ซึ่งผมนั้นคิดว่า รูดี้ การ์เซีย กุนซือของทีมนั้นรู้ปรัชญาการเล่นที่ผมชื่นชอบเป็นอย่างดี และนั่นก็เป็นทางเลือกที่รวดเร็ว ดังนั้นผมจึงตัดสินใจในทันที และไม่ต้องการเสียเวลาไปกับอีก 6 เดือนทื่เหลือกับ เวสต์แฮม”

“คุณเชื่อไหม เกมที่ เวสต์แฮม เอาชนะ ฮัลล์ ในบ้าน 1-0 (เดือน ธ.ค.) เกมนั้นเราโดน ฮัลล์ ยิงชนเสาไปถึง 4 ครั้ง แต่ปรากฏว่าทุกคนนั้นดูมีความสุขที่เราเอาชนะ แต่แมนออฟเดอะแมตช์ของเกมนั้นก็คือ เสาประตูนั่นแหละ ซึ่งผมคิดว่าหากผมอยู่ที่นี่ต่อไปผมคงไม่พัฒนาตัวเอง ซึ่งมันเสี่ยงเหลือเกินที่จะทำให้ผมถอยหลังลงไป ดังนั้นผมจึงต้องเสี่ยงในการหาความท้าทายครั้งใหม่”

สำหรับ ปาเยต ในเวลานี้ซัดไปแล้ว 3 ประตูนับตั้งแต่กลับมาค้าแข้งกับ มาร์กเซย์ เป็นคำรบ 2