“สมยศ”ยันหากปลด”ซิโก้”จริงก็ไม่ต้องเสียค่าชดเชย-ปัดดึง”เชเฟอร์-รานิเอรี่”คุมทีม

380

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอล ยืนยันเวลานี้ยังไม่ได้ตัดสินใจอนาคตของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย ชี้เรื่องนี้จำเป็นต้องการือกับสมาคมฟุตบอลอีกครั้ง พร้อมปัดดึง วิลฟรีด เชเฟอร์ อดีตกุนซือชาวเยอรมัน เข้ามาคุมทีมเป็นคำรบ 2 ก่อนทิ้งท้ายให้ “ซิโก้” อย่าเอาตนเป็นจำเลยด้วยการบอกว่าจะโละทีมชาติไทยชุดนี้

“มีคำถามจากสื่อ ว่าต้องการความชัดเจนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงโค้ชทีมชาติไทยไหม ต้องบอกมาตลอดว่าตัวผมเองนั้นไม่มีความรู้เรื่องฟุตบอลเท่าไหร่ ก็ทุกอย่างต้องการจากการหารือร่วมกัน ว่าเราจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เบื้องต้นยังไม่มีการนัดหมายกับ ซิโก้ เลย ผมเพิ่งเดินทางกลับมาจาก ญี่ปุ่น”

พร้อมกันนี้นายกลูกหนังไทย ก็บอกว่า “ซิโก้” อย่าใช้ตนเป็นจำเลย

“อยากจะบอกว่าผมยังไม่เคยคิด ถึงเรื่องการปรับเปลี่ยนทีมชาติ จนกระทั่งผมลงเครื่องมา ผมเห็นในโซเชี่ยลมีเดียมีถ้อยคำที่เขียนว่า จะปลดโค้ช หรือโละทีมชาติไทยขึ้นอยู่กับนายก ซึ่งผมยังไม่เคยคิดหรือเคยพูดเลย ไอปลดโค้ชหน้าที่ผม แต่โละทีมชาติไทย ไม่ใช่หน้าที่ผม เอาผมไปเป็นจำเลยกับทีมชาติไทยได้ยังไง”

“อย่างงั้นถ้ามีนักเตะทีมชาติไทย ในทัวร์นาเมนต์หน้า มีนักเตะคนใดคนหนึ่ง ถูกเปลี่ยน กลายเป็นผมที่ต้องรับผิดชอบเหรอ เกิดนักเตะทีมชาติได้ยินหรือแฟนบอลได้ยิน กลายเป็นผมเป็นจำเลย ซึ่งทำเหมือนกับผมไปวุ่นวายในการเลือกตัวนักเตะซะอย่างงั้น”


ขณะเดียวกันก็ได้มีการเปิดเผยถึงเรื่องที่ว่าหากปลด “ซิโก้” พ้นกุนซือจริงจะต้องจ่ายค่าชดเชยสูงถึง 22 ล้านบาท​ ซึ่งเรื่องนี้ “บิ๊กอ๊อด” ยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าชดเชย เพราะสามารถยกเลิกสัญญาได้หากว่าผลงานไม่เป็นที่น่าพอใจ

“เรื่องค่าชดเชยอาจจะต้องไปถามฝ่ายกฏหมาย แต่เท่าที่ทราบคือไม่มีนะครับ เพราะว่าสัญญาต่อไปนี้ไม่ว่าใครจะเข้ามาทำสัญญากับสมาคมต้องมีการประเมิน ผลงานต้องเป็นที่ยอมรับของสมาคม ซึ่งผมเลียนแบบมาจากต่างประเทศที่เขียนไว้ข้อสุดท้าย ว่าถ้าการปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นที่พึงใจของนายจ้างถือว่าสัญญานั้นสิ้นสุดโดยปริยาย โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า”

สมาคมมีโค้ชอยู่ในใจหรือยัง ?

“บางครั้งถึงจุดหนึ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลง บางครั้งมันต้องเกิดจากความคาดหวังของ สมาคม หรือ แฟนบอลชาวไทย ที่ต้องการเห็นสิ่งที่ดีขึ้น ทุกคนพูดตลอดเวลาว่าอยากเห็นบอลไทย ไปอยู่ระดับต้นๆของเอเชีย นั่นหมายความว่าจะทำให้เรามีโอกาสเข้ารอบสุดท้ายของ ฟุตบอลโลก เช่นกันผมก็คาดหวังว่าปี 2026 ซึ่งขณะนี้ก็ได้รับข่าวว่า โซนเอเชีย จะได้โควต้าถึง 8 ทีม เพราะฉะนั้นมันเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องทำอย่างไรให้ ไทย เป็น 1ใน 8 ของเอเชียให้ได้ ถ้าเรายังไม่คิด หรือ หาวิธีการที่จะไปให้ได้ นั่นหมายความว่าเราไม่ได้ต้องการจะไปถึงจุดนั้น”

“เราได้ลองผิดลองถูกมาอีกยาวนานแล้ว ผมคงไม่ได้อยู่ถึงไทยไปบอลโลกในปี 2026 แต่ผมจะวางโรดแมปให้ชัดเจนว่า ปีไหนเราจะทำอะไรได้แค่ไหน ตอนนี้ผมคงพูดได้ไม่เต็มปากว่าโรดแมปจะทำอะไร จนถึงวันที่ 4 เม.ย. ซึ่งเราจะเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกับ บริษัทเอคโคโน่ หลังจากนั้นเราจะต้องพูดกับทางนั้นว่า เมื่อ ส.บอลจ้างคุณ คุณจะต้องบอกโรดแมปว่า อีก 4 ปีข้างหน้า ทีมชาติไทย ยู19 จะต้องไปบอลโลกให้ได้ เมื่อเราจ่ายเงินเขา เขาก็ต้องมี kpi ให้เราวัด แต่ถ้าเขาทำไม่ได้ ก็บ๊ายบาย หาวิธีใหม่ นี่คือสิ่งที่ผมพยายามคิด”

“ผมคงจะปล่อยไปไม่ได้ ทำงานแบบเช้าชามเย็นชามแก้ตัวกันไปเรือยไม่ได้ อีก 3 เดือน 6 เดือน จะทำนั่นทำนี่คงเป็นไปไม่ได้ แต่เราต้องมีโรดแมปที่ชัดเจนว่า ไทย จะไปได้ถึงเป้าหมายหรือไม่ ซึ่งเรามีโอกาส ผมตั้งใจ และ คิดว่าโอกาสที่ดีที่สุดที่จะไปฟุตบอลโลก ปี 2026 ซึ่งหากเราทำไมสำเร็จ ผมถือว่าเราล้มเหลวในกีฬาฟุตบอลครับ”

มีโอกาดึง วิลฟรีด เชเฟอร์ มาคุมทีมชาติอีกครั้งหรือไม่ ?

“ผมไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว ผมไม่เคยติดต่อเขา ซึ่งที่ได้ข่าวคือเขาก็มาเที่ยวของเขา เพราะลูกของเขาแต่งงานกับคนไทย เค้าก็คงอยากหางานทำไปด้วย แต่หากวันไหนถ้าเขาจะเข้ามาคุยกับผม หรืออยากกินกาแฟกับผม ผมก็ไปห้ามไม่ได้ ทางสมาคมเรามีเว็บไซต์ ที่เปิดกว้างในการรับสมัครโค้ชอยู่แล้ว โค้ชหลายๆชาติก็ส่งโปรไฟล์เข้ามา”

“ส่วนข่าวกับ เคลาดิโอ รานิเอรี่ นี่ผมพูดเล่น เพราะผมไปแหย่คุณวิชัย เจ้าของสโมสรเลสเตอร์ ว่าเนี่ยตกงานแล้วขอยืมตัวมาใช้ที่เมืองไทย ได้ไหม แต่พอบอกว่าค่าเหนื่อย 5 ล้านปอนด์ ผมก็บอกตัวใครตัวมันเถอะ”