ฟุตบอลวันนี้: อาร์เยน ร็อบเบน “14 ปีที่ผ่านไปมันช่างเป็นเวลาที่ยาวนานเหลือเกิน”

26
Netherlands' forward Arjen Robben acknowledges the fans following their FIFA World Cup 2018 football, Group A, qualification match between the Netherlands and Sweden at the Amsterdam Arena in Amsterdam on October 10, 2017. The Netherlands failed to reach the 2018 World Cup finals as they could only beat Sweden 2-0 on Tuesday when they needed an unlikely 7-0 victory. / AFP PHOTO / EMMANUEL DUNAND

อาร์เยน ร็อบเบน ประกาศอำลาทีมชาติแล้วในวัย 33 ปี…ข่าวนี้ไม่ใช่ข่าวใหม่เพราะเจ้าตัวประกาศออกมาสักระยะแล้วว่า ถึงเวลาบอกลากองทัพสีส้ม “ฟลายอิ้ง ดัตซ์แมน” แล้ว หลังจากลงเล่นมาตั้งแต่ปี 2003

14 ปีที่ผ่านไป ร็อบเบนเป็นเหมือนยุคใหม่ของวงการฟุตบอลดัตซ์ หลังความผิดหวังที่ตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกปี 2002 จากปีกดาวรุ่งของสโมสรพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่น ยกระดับตัวเองขึ้นมาติดทีมชาติฮอลแลนด์ด้วยฟอร์มการเล่นที่เร้าใจ ความเร็วจัดจ้านเหมือนกังหันลม เทคนิคคล่องแคล่ว และจบสกอร์ได้ดีไม่แพ้กองหน้า เขาคือตัวแทนของมาร์ค โอเวอร์มาร์ส ปีกรุ่นพี่ในนามทีมชาติได้อย่างลงตัว

จากทัวร์นาเมนต์ยูโร 2004, ฟุตบอลโลก 2006 และยูโร 2008 มาจนถึงฟุตบอลโลก 2010 ไฮไลท์ในการเล่นทีมชาติของเขาก็มาถึง เนเธอร์แลนด์ เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศเข้าไปพบกับสเปน ดีกรีแชมป์ยูโร 2008

ร็อบเบน มีโอกาสฝังเพชรในนาทีที่ 62 เมื่อได้หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับ อิเคร์ คาซิยาส แต่เขาพลาดในการยิงประตูขึ้นนำในเกมนั้น ก่อนที่จะทั้งสองทีมจะยื้อกันจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ และสเปนได้เฉลิมฉลองกับแชมป์โลกด้วยประตูชัยของอันเดรียส อิเนียสต้า เนเธอร์แลนด์ผิดหวัง และคนที่น่าผิดหวังที่สุดหนีไม่พ้น ร็อบเบน…คนที่มีโอกาสหยิบความสำเร็จมาให้คนทั้งประเทศ

สองปีต่อมาในยูโร 2012 ที่ผลงานน่าผิดหวัง ฟุตบอลโลกปี 2014 พวกเขากลับมาได้อย่างยอดเยี่ยม และน่าจะไปถึงจุดเดิมอีกครั้งหากไม่ถูกอาร์เจนตินาขวางเอาไว้ในรอบรองชนะเลิศ พวกเขาจบด้วยอันดับสาม ที่พวกเขาไม่เคยคิดอยากได้

ไหวไหมสู้หรือเปล่า…ร็อบเบนวันนั้นอายุใกล้ 30 ตัดสินใจเดินหน้าต่อกับเส้นทางทีมชาติ เขากลายเป็นคนสำคัญของทีมแบบขาดเสียมิได้ แต่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามหวังเมื่อยุคทองของพวกเขากำลังหายไป

ยูโร 2016 ที่ปวดใจกับการได้เพียงเป็นผู้ชมโปรตุเกสคว้าแชมป์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพราะพวกเขาไม่ผ่านรอบคัดเลือก มาถึงฟุตบอลโลก 2018 ที่วันนี้พวกเขากำลังจะกลายเป็นแค่ผู้ชมอีกครั้งเมื่อตกรอบคัดเลือกอีกหน

ภารกิจเกมพบกับทีมชาติสวีเดน คือภารกิจสุดท้ายที่ต้องการ 7 ประตูในการได้สิทธิ์เพลย์ออฟ ร็อบเบนได้รับเกียรติสวมปลอกแขนกัปตันทีม พาเพื่อนร่วมทีมลงสนาม จบลงด้วยชัยชนะที่ไม่เพียงพอของเนเธอร์แลนด์พวกเขาชนะ 2-0 ร็อบเบนยิงสองประตูสั่งลาทีมชาติอย่างยิ่งใหญ่ แฟนบอลทั้งสนามปรบมือให้กับเขากับการอำลาที่อาจไม่ใช่วันที่สวยงามในแบบที่อยากให้เป็น แต่ทำอย่างไรได้ในเมื่อชีวิตเลือกแบบที่เราต้องการไม่ได้ทุกอย่าง

“ผมต้องการแสดงให้แฟนบอลเห็นอีกสักครั้งกับสิ่งที่ผมสามารถทำได้ มันเป็นการตัดสินใจที่แสนยากลำบาก ผมอายุ 33 และกำลังลงเล่นอยู่กับสโมสรระดับชั้นนำของโลก และผมต้องการมุ่งมั่นสมาธิกับมัน มันถึงเวลาแล้วที่จะส่งต่อให้กับคนอื่นๆ บ้าง ผมภูมิใจ และเป็นเกียรติอย่างมากกับหกทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่ได้ลงเล่นกับทีมชาติ ช่วงเวลาที่งดงามที่สุดสำหรับผมคือฟุตบอลโลก 2010 และ 2014 ที่เราเป็นทีมที่ใกล้เคียงมากๆ กับความสำเร็จ แต่มันก็มีช่วงเวลามากมายให้จดจำ 14 ปีที่ผ่านไปมันช่างเป็นเวลาที่ยาวนานเหลือเกิน” ร็อบเบน กล่าวหลังเกมชนะสวีเดน 2-0 พร้อมมอำลาทีมชาติหลังจบเกม

ร็อบเบนอำลาทีมชาติในช่วงเวลาที่เหมือนกับช่วงที่เขาเริ่มติดทีมชาติ ช่วงเวลาที่เนเธอร์แลนด์ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง…ตราบใดที่ยังคงมี “ฟุตบอล”อยู่ในโลกใบนี้

Football Crazy Fact: ประตูแรกของร็อบเบนในนามทีมชาติเกิดขึ้นในปี 2003 ซึ่งพบกับทีมชาติมอลโดวา

Football Crazy เว็บไซต์สำหรับคนบ้าบอลเช่นคุณ