ฟุตบอลวันนี้ : หากปืนใหญ่เปลี่ยนนาย! 5 ตัวเลือกผู้จัดการทีมคนใหม่ อาร์เซนอล

29
Arsenal's French manager Arsene Wenger looks on ahead of the UEFA Champions League Group A football match between Arsenal and FC Basel at The Emirates Stadium in London on September 28, 2016. / AFP PHOTO / Adrian DENNIS

จากความพ่ายแพ้ในเกมคาราบาว คัพ แบบหมดรูป อาร์เซนอล ทำให้อาร์แซน เวนเกอร์ ถูกสื่อวิจารณ์อย่างหนัก พร้อมกับแรงกดดันหนึ่งในนั้นคือการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีม เป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปีของสโมสร

เวนเกอร์มีสัญญากับอาร์เซนอลจนกระทั่งหน้าร้อนปี 2019 แต่ก็มีโอกาสไม่น้อยที่หากฤดูกาลนี้พวกเขาจบลงด้วยความว่างเปล่า และไม่สามารถกลับไปเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน โอกาสในการเปลี่ยนแปลงก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

และนี่คือ 5 ผู้จัดการทีมที่มีโอกาสย้ายมาร่วมงานกับอาร์เซนอล โดยสำนักข่าว เดอะ มิร์เรอร์ ในอังกฤษ เป็นผู้นำเสนอ โดยเราจะมีการแทรกความเห็นของทีมงานลงไปด้วย

FBL-WC-2018-NOR-GER

โยอาคิม เลิฟ [ผู้จัดการทีมชาติเยอรมัน]

“โยกี้” นายใหญ่ดีกรีแชมป์โลกปี 2014 ซึ่งกำลังจะพาอินทรีเหล็กลงป้องกันแชมป์ฟุตบอลโลกของตัวเองในช่วงกลางปีนี้ มีสัญญากับเดเอฟเบจนถึงปี 2020 เขาคุมทีมต่อจาก เยอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ ซึ่งวางมือในปี 2006 โดยประสบการณ์ในทีมชาติของเขามีมาอย่างโชกโชนผ่านฟุตบอลโลกมาแล้วทั้งในฐานะผู้ช่วย และผู้จัดการทีมเต็มตัว

อนาคตของเขายังคงไม่แน่นอน และคาดว่าจะมีความชัดเจนขึ้นเมื่อจบฟุตบอลโลกที่รัสเซีย ในขณะที่ก่อนเข้ามารับงานคุมทีมชาติ เขาเคยคุมทีมมาแล้วหลายสโมสร ไม่ว่าจะเป็น สตุ๊ตการ์ท หรือว่า เฟห์เนบาเช่ ซึ่งไม่มีผลงานที่โดดเด่นนัก

ความเห็นทีมงาน FBC

เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่การคุมทีมระดับสโมสร และทีมชาติมีความแตกต่างกันหลายเรื่อง ทั้งเรื่องของระยะเวลาในการทำงานร่วมกับลูกทีม ซึ่งปกติทีมชาติจะพบกัน 2-3 เดือน หรือเมื่อมีเกมทีมชาติให้ลงเล่น และไม่มีเรื่องให้กังวลเกี่ยวกับการย้ายสโมสรของผู้เล่น เป้าหมายเดียวคือการมองหานักเตะที่สามารถลงเล่นให้ทีมชาติได้เท่านั้นเป็นสำคัญ

ประสบการณ์ของเลิฟ ไม่มีอะไรให้สงสัยกับการพาอินทรีเหล็กเป็นแชมป์โลก และผลงานของพวกเขาดีเสมอต้นเสมอปลายมาตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา แต่ประสบการณ์คุมสโมสรเป็นคำถามเดียวสำหรับเลิฟ ว่าจะเอาอยู่หรือไม่

Tottenham Hotspur FC v AS Monaco FC - UEFA Europa League

เลโอนาร์โด้ ยาดิม [ผู้จัดการทีม อาแอส โมนาโก]

ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกสที่เกิดในประเทศเวเนซุเอล่า เป็นหนึ่งในโค้ชไฟแรงด้วยอายุเพียง 43 ปี ได้รับโอกาสคุมทีมอาแอส โมนาโก มาตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งก่อนหน้านี้คุมมาหลายทีม โดยในโปรตุเกส เคยผ่านงานมาแล้วทั้งกับบราก้า หรือว่าสปอร์ติ้ง ลิสบอน รวมไปถึงกับโอลิมเปียกอสใน กรีซ ซึ่งทีมหลังสุดเขาพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ด้วย

กับโมนาโก ผลงานชิ้นโบว์แดง หนีไม่พ้นฤดูกาลที่แล้ว ที่แซงหน้าคว้าแชมป์ ลีก เอิง ได้อย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกของสโมสรนับตั้งแต่ปี 1999 พร้อมการถือกำเนิดดาวรุ่งมากมาย โดยเฉพาะ คีเลียน เอ็มบั๊บเป้ ดาวโรจน์ของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส ซึ่งวันนี้มีค่าตัวถึง 180 ล้านยูโร เมื่อย้ายไปอยู่กับเปแอสเช เรียบร้อย ขณะที่ผลงานในแชมเปี้ยนส์ ลีก ปีที่แล้วไปไกลถึงรอบรองชนะเลิศกันเลยทีเดียว

แต่ผลงานในฤดูกาลนี้ตกลงไปค่อนข้างมาก แม้จะรั้งรองจ่าฝูงลีก เอิง แต่ก็ตามหลังเปแอสเช ห่างถึง 14 คะแนน แถมตกรอบแชมเปี้ยนส์ ลีก ไปตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม เนื่องจากการขายผู้เล่นตัวหลักมากมาย และนักเตะที่เสริมเข้ามาแทนที่ไม่สามารถทดแทนได้ในระดับเดียวกัน

ความเห็นทีมงาน FBC

เป็นตัวเลือกที่หากอาร์เซนอล ต้องการผู้จัดการทีมอายุน้อยมาสร้างทีม ยาร์ดิม ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เข้าข่าย ชื่อเสียงอาจไม่โด่งดังมากนัก แต่โปรไฟล์ก็ถือว่าดีทีเดียว แต่ก็อีกเช่นกันหากการย้ายมาร่วมงานกับอาร์เซนอลเกิดขึ้นจริง สิ่งที่เขาต้องพิสูจน์ตัวเองอาจจะเยอะกว่ารายอื่นๆ เพราะนี่ไม่ใช่ผู้จัดการทีมระดับโลกที่เหล่าแฟนปืนคาดหวังอย่างแน่นอน โอกาสการย้ายมีไม่น้อย และเชื่อว่ายาร์ดิมจะรับไว้อย่างไม่เคอะเขินกับการก้าวหน้าในอาชีพของตนเอง ดีไม่ดี คอนเนคชั่นที่ดีอาจหนีบนักเตะหลายคนของโมนาโก มาร่วมงานกันได้ง่ายขึ้น อย่างเช่น โธมัส เลอมาร์ ที่อาร์เซนอล มีข่าวอยากได้ตัวเหลือเกิน

fonseca

เปาโล ฟอนเซก้า [ผู้จัดการทีมชัคตาร์ โดเนสค์]

นายใหญ่ของสโมสร ชัคตาร์ โดเนสค์ ชาวโปรตุเกส เป็นอีกหนึ่งรุ่นใหม่ของวงการผู้จัดการทีม อายุเพียง 44 ปี แต่ประสบการณ์คุมทีมผ่านมาแล้วทั้งกับ เอฟซี ปอร์โต้ และอีกหลายทีม จนกระทั่งมาคุมหนึ่งในยักษ์ใหญ่วงการฟุตบอลยูเครนอย่าง ชัคตาร์ โดเนสค์ ซึ่งปีแรกในการมาถึงของเขาก็พาทีมสอยทริปเปิ้ลแชมป์ในประเทศเป็นประเดิม

ก่อนหน้านี้ในช่วงที่เอฟเวอร์ตัน กำลังมองหาผู้จัดการทีมคนใหม่มาแทนที่ของ โรนัลด์ คูมัน ชื่อของ ฟอนเซก้า เป็นหนึ่งในคนที่พวกเขาสนใจ แต่ทางชัคตาร์ ก็ออกมาปิดโอกาสนั้น และทำให้เอฟเวอร์ตันไปเลือก แซม อัลลาไดซ์ เข้ามารับงานที่กูดิสัน ปาร์ค แทน ในขณะที่ฤดูกาล 2017-18 พวกเขายังคงยอดเยี่ยม และลุ้นป้องกันแชมป์ลีกด้วยการเป็นจ่าฝูงในเวลานี้ เช่นเดียวกับเส้นทางในแชมเปี้ยนส์ ลีก ยังคงเดินหน้าต่อไป โดยชื่อของ มาร์ลอส, เบอร์นาร์ด, ฟาคุนโด้ เฟร์เรร่า รวมไปถึงเฟร็ด ที่มีความอย่างหนักกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นที่ครั่นคร้ามของทุกทีมในยุโรป

ความเห็นทีมงาน FBC

ถ้าให้เทียบกับ ยาร์ดิม ทีมงานชอบโปรไฟล์ของโค้ชคนนี้มากกว่า ด้วยเหตุผลในเรื่องของการทำทีมสไตล์เกมรุก และบอลสั้นบนพื้นของฟอนเซก้า น่าจะเหมาะกับอาร์เซนอล และนี่คือทีมแรกในฤดูกาลนี้ที่ยัดเยียดความปราชัยให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกมยุโรปได้ด้วย ก่อนตามเรือใบสีฟ้ามาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายแชมเปี้ยนส์ ลีก ปัญหาคือชัคตาร์จะยอมปล่อยโค้ชคนเก่งของพวกเขาหรือไม่!

arteta

มิเกล อาร์เตต้า [ผู้ช่วยผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้]

อดีตกองกลางอาร์เซนอล มี 5 ฤดูกาลที่ดีกับทีมปืนใหญ่ ก่อนตัดสินใจแขวนสตั๊ด และเริ่มต้นการทำงานในทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในฐานะผู้ช่วยของเป๊บ กวาร์ดิโอล่า มาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว เขามีข่าวออกมาเป็นระยะๆ กับสโมสรเก่าของเขา ว่าจะได้รับโอกาสครั้งใหญ่กับการคุมทีมครั้งแรกกับทีมปืนโต

ความเห็นทีมงาน FBC

เป็นตัวเลือกที่มีข่าวมาสักระยะใหญ่ๆ แล้ว อาร์เตต้า เป็นที่รักของแฟนบอลมากคนหนึ่ง แต่ในทางเดียวก็ไม่ต่างจากการเลือก เธียร์รี่ อองรี กองหน้าตำนานของสโมสรมารับงาน นั่นก็คือพวกเขาสองคนไม่เคยคุมทีมมาก่อนเลย ตั้งแต่เลิกเล่น อย่างมากก็เป็นแค่โค้ชของทีมเท่านั้น ในแง่ของประสบการณ์อาจไม่ถึงกับศูนย์ แต่นี่คือตัวเลือกที่เสี่ยงมากตัวเลือกหนึ่ง เพราะถ้าดีอาจดีมากไปเลย ไม่ก็เลวร้ายไปเลยได้เช่นกัน

ตัวเลือกของ FBC

Carlo Ancelotti

คาร์โล อันเชลอตติ [ว่างงาน]

หนึ่งในกุนซือประสบการณ์สูงสุดคนหนึ่งของยุคนี้ อันเชลอตติ คุมทีมมาครบแล้วใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป ไม่ว่าจะเป็นพรีเมียร์ ลีก, กัลโช่ เซเรีย อา, ลีก เอิง, ลา ลีกา และล่าสุดกับบุนเดสลีกา ซึ่งเขาเพิ่งโดนปลดจากผลงานที่เริ่มต้นไม่ดีนักกับบาเยิร์น มิวนิค ทีมที่เขาเพิ่งพาทีมคว้าแชมป์ได้ในฤดูกาลก่อน

อันเชลอตติ มีข่าวออกมาครั้งหนึ่งกับอาร์เซนอล ในช่วงเดือนมกราคม ซึ่งเป็นสายข่าวจากอิตาลีปล่อยข่าวนี้ ออกมา ในขณะที่เจ้าตัวในเวลานี้ก็ยังไม่เลือกรับงานทีมใดทั้งสิ้น รวมไปถึงกับทีมชาติอิตาลี ที่อยากได้ตัวเขาหนักหนาในการพาอิตาลีกลับไปเล่นทัวร์นาเมนต์สำคัญอย่างยูโร 2020 ให้ได้ หลังจากอกหักตกรอบคัดเลือกในฟุตบอลโลกปี 2018

นี่คือตัวเลือกที่ทีมงานมองว่าเหมาะสมในเรื่องของความสามารถ อายุงานที่โชกโชน บารมีของพี่แจ้ ที่ว่าเหมาะกับทีมที่กำลังต้องการ “เวลา” ในการสร้างทีมสร้างความเชื่อมั่นของสโมสร และศรัทธาของแฟนบอลกลับมา ในวัย 58 ปี อาจไม่ใช่วัยที่น้อยนัก แต่ก็ข้นขลั่กไปด้วยประสบการณ์การคว้าแชมป์ที่มาแทนที่ และดูจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าสี่คนด้านบน

Football Crazy เว็บไซต์สำหรับคนบ้าบอลเช่นคุณ