ฟุตบอลวันนี้: บทสรุปแชมป์ลีกยุโรปกับอนาคตในฤดูกาลหน้า

417

จบไปเรียบร้อยในทุกรายการแข่งขันในฤดูกาลนี้สำหรับฟุตบอลลีกชั้นนำของทวีปยุโรปซึ่งปีนี้มีหลายลีกที่มีสโมสรยังคงป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ บางลีกมีแชมป์หน้าใหม่ที่ห่างหายไปจากการเป็นแชมป์ และนี่คือบทสรุปและการคาดการณ์อนาคตในฤดูกาลหน้าของเหล่า “แชมเปี้ยน” ในปีที่ผ่านมาครับ

null

พรีเมียร์ ลีก: การกลับมาของ “สิงโตน้ำเงินคราม”

เป็นฤดูกาลที่เรียกว่าสนุกอีกหนึ่งฤดูกาลสำหรับพรีเมียร์ ลีก และจบลงด้วยชัยชนะของเชลซี ซึ่งมีช่วงเวลาสุดยอดในฤดูกาลนี้กับการเก็บชัยชนะ 13 เกมรวดที่ส่งผลโดยตรงต่อเส้นทางการเป็นแชมป์ในฤดูกาลนี้ พวกเขาเริ่มต้นได้อย่างกระท่อนกระแท่น ก่อนที่จะมาลงตัวในช่วงผ่านไปได้สักระยะหนึ่ง หลังจากนั้นกลายเป็นสิงโตติดปีกทันที อันโตนิโอ คอนเต้ พิสูจน์ตัวเองกับการทำงานนอกประเทศครั้งแรกก็พุ่งชนความสำเร็จทันที เช่นเดียวกับการที่เขาสามารถกระตุ้นเค้นฟอร์มสุดยอดของเหล่าแนวรุกกลับมาได้อีกครั้ง

ทั้งเอแดน อารซาร์, ดิเอโก้ คอสต้า หรือว่าเปโดร และที่ลืมไม่ได้เลยคือการนำระบบการเล่นกองหลังสามคนที่เขาชื่นชอบมาใช้ และสร้างผลงานได้อย่างสุดยอด การคว้าเพียงรองแชมป์เอฟเอ คัพ อาจคือความผิดหวังเดียวของพวกเขาในฤดูกาลนี้ แต่จะสำคัญอะไรในเมื่อปีหน้าพวกเขาจะได้กลับไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง เราคงได้เห็นการเสริมทีมกันสนุกเลยสำหรับเชลซี เพื่อการลุยยุโรป และการป้องกันแชมป์ลีกที่ว่ามีทีมเหมาะกับการเป็นแชมป์มากที่สุดถึง 6 ทีมด้วยกัน

null

กัลโช่ เซเรีย อา: ยูเวนตุสกับหกสมัยซ้อน…อาจมีมากกว่านั้น

“เบียงโคเนรี่” ยูเวนตุส ประกาศศักดาในการเป็นราชาฟุตบอลของประเทศด้วยการคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา หกสมัยซ้อน ชนิดที่ว่าต้องจารึกว่านี่คือทีมแรกที่ทำได้เช่นนี้ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้บารมีของ มักซ์ อัลเลกรี เพิ่มพูนขึ้นตามลำดับไปด้วย การคว้าตัวกอนซาโล่ อิกวาอิน เข้ามาเสริมแนวรุกด้วยค่าตัวมหาศาล กลายเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เมื่อ “เอล ปิปิต้า” รัวกระสุนถล่มประตูเป็นว่าเล่น และเมื่อร่วมงานกับรุ่นน้องร่วมชาติอย่างเปาโล ดีบาล่า ยิ่งไปกันใหญ่

การขาดหายไปของปอล ป๊อกบา ที่ย้ายออกไปด้วยค่าตัวสถิติโลก กลายเป็นช่องว่างที่อาจไม่ถึงกับเติมเต็มไร้รอยต่อ แต่ก็ไม่ใช่จุดอ่อนที่ให้ทีมไหนมาเจาะทำลายได้ง่ายๆ อีกทั้งยูเวนตุส ยังมีการเสริมดาวรุ่งดีๆ ไว้อีกหลายคนปล่อยยืมไปกับหลายทีม ทำให้เป็นไปได้มากว่าพวกเขาอาจคว้าแชมป์ได้อีกในฤดูกาลหน้า หรือมากกว่านั้น เพราะวันนี้รากฐานของสโมสรยูเวนตุส แข็งแกร่งจริงๆ

ความผิดหวังในการพลาดแชมเปี้ยนส์ ลีก ไปคือรอยด่างพร้อยเดียวที่ทำให้พวกเขายังคงมีไฟในการที่จะพยายามอย่างหนักเพื่อการคว้า “บิ๊กเอียร์” ให้ได้ หลังจากคว้าแชมป์รายการนี้ครั้งสุดท้ายในฤดูกาล 1995-1996 ซึ่งก็นานถึง 21 ปีแล้ว

null

บุนเดสลีกา: พญาเสือใต้กับการเปลี่ยนแปลง

ฟุตบอลเยอรมัน ปีนี้จบลงแบบไม่เร้าใจเท่าไรนัก เพราะ “เสือใต้” ยังคงความยอดเยี่ยมเอาไว้ได้ในช่วงเวลาที่ต้องได้อีกครั้ง ในขณะที่ทีมอื่นๆ พลาดสะดุดกันไปเองจนทำให้บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์ไปแบบไม่กดดัน และเป็นการสั่งลากัปตันทีมร่างเล็กหัวใจแกร่งอย่าง ฟิลลิป ลาห์ม และกองกลางคลาสสิกอย่าง ชาบี้ อลอนโซ่ ไปพร้อมกัน หลังจากทั้งสองคนใจตรงกันเลือกแขวนสตั๊ดหลังจบฤดูกาลนี้

แบ็คซ้าย และกองกลางจึงกลายเป็นช่องว่างที่บาเยิร์น มิวนิค คงเตรียมงบประมาณหาผู้เล่นคนใหม่เข้ามาเสริมเขี้ยวเล็บในฤดูกาลหน้า และถ้าหากมองลงไปในอายุของผู้เล่นหลายคนก็ใกล้ที่จะปลดระวางกันหลายคน คู่หู “ร๊อบเบรี่” ผ่านจุดสูงสุดของอาชีพตัวเองไปแล้ว โดยเฉพาะ ฟรองค์ ริเบรี่ ที่บาดเจ็บไปนานจนฟอร์มถดถอยลงไปมาก ขณะที่อาร์เยน ร็อบเบน แม้จะยังเล่นได้ตามมาตรฐาน แต่อายุอานามก็ไม่น้อยแล้ว และถ้าอยากประสบความสำเร็จในเวทียุโรป พวกเขาไม่น่าพอใจกับผู้เล่นที่มีอยู่ในเวลานี้แน่นอน

null

ลา ลีกา: ความยิ่งใหญ่ของราชันชุดขาว

มกราคมปี 2016 ทุกคนยังสงสัยว่า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ คิดอย่างไรกับการแต่งตั้งซีเนอดีน ซีดาน ขึ้นมาเป็นนายใหญ่ของทีม แต่พอมาวันนี้ มิถุนายน 2017 คำถามเหล่านั้นแทบจะหมดไปเมื่อซีดาน กลายเป็นโค้ชคนแรกของโลกที่สามารถคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สองสมัยติดต่อกัน นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อจากยูโรเปี้ยน คัพ มาเป็นแชมเปี้ยนส์ ลีก และพาทีมเรอัล มาดริด คว้าแชมป์ลา ลีกา ที่พวกเขาห่างเหินไปนาน 4 ฤดูกาล

“ซิซู” ใช้เวลาปีครึ่งในการพิสูจน์ผลงานตัวเองด้วยสามแชมป์สำคัญ และนั่นทำให้บารมีในตัวของเขาสูงขึ้นเรื่อยๆ จากเริ่มต้นด้วยการเป็นสุดยอดนักเตะของโลก ตอนนี้กำลังกลายเป็นยอดโค้ชรุ่นใหม่ของวงการลูกหนังไปแล้ว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ต่อยอดความสำเร็จส่วนตัวที่ในช่วงนี้คือช่วงรอยต่อทองคำของเจ้าตัวก็ไม่ผิดนัก เพราะทั้งแชมป์ระดับสโมสร ระดับชาติ หรือรางวัลส่วนบุคคล “ซีอาร์เซเว่น” กวาดได้แทบทั้งหมด ฉลองการต่อสัญญาระยะยาวกับทีมซึ่งน่าจะเป็นสัญญาฉบับสุดท้ายแล้วของเขาในฐานะนักฟุตบอลอาชีพอีกด้วย

ปีนี้เรอัล อาจมีผลงานไม่ได้ยอดเยี่ยมตลอดฤดูกาล แต่สุดท้ายในช่วงเวลาที่ต้องชนะ พวกเขาทำได้เสมอ และนั่นทำให้พวกเขาคว้าแชมป์ในปีนี้

null

เอเรเดวิซี ลีก: ผลงานของบรองฮอสท์ และบทอำลาของเดิร์ค เค้าท์

ฟุตบอลลีกประเทศฮอลแลนด์จบลงด้วยความชื่นมื่นของเฟเยนูร์ด ร๊อตเตอร์ดัม ที่คว้าแชมป์ลีกได้ในรอบ 17 ปี ซึ่งต้องมาตัดสินกันในเกมสุดท้ายของฤดูกาล และเหมือนกับวางพลอตกันไว้แล้ว ให้เดิร์ค เค้าท์ กัปตันทีมยิงแฮตทริคได้ในเกมนี้ช่วยทีมคว้าแชมป์ได้อย่างยิ่งใหญ่ และเป็นการสั่งลาของเจ้าตัว เมื่อเขาประกาศเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพทันทีหลังการคว้าแชมป์เพียงไม่กี่วัน

โจวานนี่ ฟาน บรองฮอสท์ กลายเป็นหนึ่งผู้จัดการทีมรุ่นใหม่ที่ผลงานน่าสนใจกับฤดูกาลที่สองของเขากับทีมจบด้วยด้วยแชมป์ ลีกที่แฟนๆ แทบคลั่งตายที่ทีมรักทำได้สำเร็จ รวมไปถึงการปลุกปั้น นิโคไล ยอร์เกนเซ่น ดาวยิงทีมชาติเดนมาร์กให้กลายเป็นเครื่องจักรยิงประตู รวมไปถึงผองเพื่อนอย่าง ทอนนีย์ วิลเฮนน่า, ริค คาร์สดรอป หรือว่าเอริค บอตเตกิ้น ล้วนแต่กลายเป็นชื่อคุ้นหูของแฟนบอลไปโดยปริยาย

เป้าหมายในปีหน้าแน่นอนการป้องกันแชมป์ลีก ซึ่งคงยากขึ้นเพราะทั้งอาแจ็กซ์ และพีเอสวี คงไม่ยอมให้เกิดขึ้นง่ายๆ แน่นอน เช่นเดียวกับการลงเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีก ครั้งแรกในรอบหลายปีของพวกเขา เฟเยนูร์ด คงมีการเสริมทีมไม่น้อยเลยล่ะ แต่เช่นกันว่าพวกเขาก็ต้องหาทางรั้งสตาร์ของทีมไว้ให้ได้เช่นกัน เพราะไม่ว่าจะเอเรเดวิซี ลีก หรือ ลีก เอิง คือลีกรองของยุโรปเมื่อเทียบกับสี่ลีกข้างต้น นั่นทำให้สองลีกนี้ เสียเปรียบในแง่ของงบประมาณ รวมไปถึงแรงจูงใจในการเล่นฟุตบอลที่อาจจะน้อยกว่า

null

ลีก เอิง: โมนาโก กับภาวะสมองไหล

ลีก เอิง หรือฟุตบอลลีกสูงสุดของฝรั่งเศส จบลงด้วยการที่อาแอส โมนาโก คว้าแชมป์ ลีก ได้อีกครั้งในรอบ 16 ปี พร้อมการแจ้งเกิดของเหล่าดาวรุ่งมากมาย โดยเฉพาะคีเลียน เอ็มบั๊บเป้ กองหน้าดาวรุ่งวัยเพียง 18 ปีที่ตอนนี้เขามีค่าตัวสูงถึง 100 ล้านยูโรไปเรียบร้อยแล้ว

โจทย์เดียวของเลโอนาร์โด้ ยาร์ดิม ผู้จัดการทีมคือการรั้งตัวผู้เล่นเอาไว้ให้มากที่สุดแต่ก็ดูท่าจะเป็นไปได้ค่อนข้างยาก เบร์นาโด้ ซิลวา เป็นรายแรกที่ย้ายออกไปแล้ว ขณะที่เบนจามิน เมนดี้ กำลังจะย้ายออกไปอีกราย สำหรับเอ็มบั๊บเป้ กลายเป็นข่าวรายวันกับสโมสรยักษ์ใหญ่ที่รอดึงเขาไปเป็นอาวุธใหม่ในการทำลายล้างคู่แข่ง

เป้าหมายของโมนาโกในฤดูกาลหน้าจะขึ้นอยู่กับการรั้งสตาร์ไว้ได้มากน้อยแค่ไหน แน่นอนการป้องกันแชมป์ในประเทศน่าจะเป็นเรื่องหลักสำหรับพวกเขา ในขณะที่แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ปีที่ผ่านมาเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้นั้น หากเสียสตาร์ไปหลายคน และคนที่เข้ามาทดแทนดีทำผลงานได้ไม่เจ๋งพอก็อาจจะต้องเหนื่อยหนักหน่อย นักเตะใหม่ที่น่าจับตามองอย่าง ยูริ เทเลมองส์ อาจกลายเป็นสตาร์หน้าใหม่หรือดาวรุ่งดับสนิทก็เป็นได้ ฤดูกาลหน้าเป็นบททดสอบสำหรับสโมสรแห่งนี้อย่างแท้จริงว่าพวกเขาจะยืนระยะต่อยอดความสำเร็จได้มากน้อยแค่ไหน