[พร้อมคลิปประตู] โคตรมันส์! เรือใบตามหลัง 2 ครั้ง แซงพิฆาตโมนาโก 5-3 แชมเปี้ยนส์ ลีกนัดแรก

242

samsung-banner-300x42-1-300x42-300x42

แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดรังเอติฮัด สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของอาแอส โมนาโก จ่าฝูงลีก เอิง ฝรั่งเศส โดยเกมนี้เจ้าบ้านมีปัญหาที่แบ็คขวา ปาโบล ซาบาเลต้า ไม่สมบูรณ์เป็นแค่ตัวสำรอง และใช้เฟร์นานดินโญ่ กองกลางบราซิเลียนรับหน้าที่แทน ขณะที่กองหน้าเลือกใช้งานเซร์คิโอ อเกวโร่ เป็นหน้าเป้า หลังกาเบรียล เชฆุส กองหน้าทีมชาติบราซิลบาดเจ็บและต้องพักยาว

ขณะที่ทีมเยือน ฟอร์มล่าสุดในลีกเสมอบาสเตีย 1-1 เกมนี้วาง “เอล ติเกร” ราดาเมล ฟัลเกา กองหน้าทีมชาติโคลอมเบีย ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงกลับมาลงเล่นกับทีมในอังกฤษอีกครั้ง คู่กับคีเลียน เอ็มแบ็บเบ้ ดาวโรจน์คนใหม่ของวงการลูกหนังฝรั่งเศส

นาทีที่ 6 ซิดิบี้ ได้โอกาสก่อนจากการเปิดบอลเข้าไปลุ้นในเขตโทษแต่ยังไม่ผ่านแนวรับเจ้าบ้าน

นาทีที่ 8 คามิล กลิ้ก แนวรับโมนาโก รับใบเหลืองคนแรกของเกมจากการทำฟาลว์ เลรอย ซาเน่ ปีกเจ้าถิ่น

นาทีที่ 14 โมนาโกน่าได้ประตูจากการแหวกผ่านสามคนของเบอร์นาโด้ ซิลวา ก่อนแทงทะลุช่องให้ฟัลเกาได้หลุดจะเข้ายิงไป แต่โอตาเมนดี้ สกัดในจังหวะสุดท้ายไว้ได้

นาทีที่ 18 โมนาโกมาอีกครั้ง เอ็มแบบเบ้ พลิกหลบแนวรับเรือใบได้สวย ก่อนแทงข้ามฝั่งมาทางซ้ายได้สวยให้เมนดี้ แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ผ่านแนวรับเรือใบสีฟ้า

นาทีที่ 19 จากลูกเตะมุม โมนาโก เกือบมีโชคบอลเปิดมาเสาสอง ยาย่า ตูเร่ โหม่งไม่ถึง แต่กลิ๊ก กองหลังโมนาโก ก็ไม่คิดว่าบอลจะมาถึงตัวเอง เลยโหม่งบอลได้ไม่ดีพอ หลุดเสาออกไป

นาทีที่ 23 เจ้าบ้านน่าได้ประตูจากจังหวะเปิดบอลทางด้านขวาของเดอ บรอยน์ แต่อเกวโร่ ชาร์จไม่โดน ถ้าโดนโอกาสเข้าประตูสูงมาก

Goal! นาทีที่ 26 เจ้าบ้านขึ้นนำก่อนจากจังหวะการใช้ความสามารถเฉพาะตัวของซาเน่ แหวกแนวรับเจ้าถิ่น ก่อนทำชิ่งกับดาวิด ซิลบา หลุดเข้าเขตโทษ ก่อนปาดบอลเข้ากลางประตูให้ สเตอร์ลิง ชาร์จจ่อๆ ไม่มีเหลือ

Goal! นาทีที่ 32 โมนาโก กลับมาสู่เกมได้สำเร็จจากการเปิดบอลไม่ดีของ กาบาเยโร่ บอลถูกเบอร์นาโด้ ซิลวา แย่งได้ก่อนส่งบอลไปทางขวาให้ฟาบินโญ่ ได้วางโค้งเข้าเขตโทษ ให้ราดาเมล ฟัลเกา ทิ้งตัวพุ่งโหม่งสุดสวย กลับมาตีเสมอได้สำเร็จ พร้อมได้ประตูทีมเยือนแล้ว

นาทีที่ 35 แมนฯ ซิตี้ ช๊อคกันทั้งสนาม จากจังหวะกำลังได้ดวลเดี่ยวของอเกวโร่ และถูกซูบาซิซ สกัดล้มในเขตโทษ แต่กรรมการกลับให้ใบเหลืองดาวยิงอาร์เจนไตน์ โทษฐานพุ่งล้มแทน

Goal! นาทีที่ 40 จากการเล่นฟรีคิกเร็วกลางสนามของ ฟาบินโญ่ บอลลอยมาถึงเอ็มแบ๊บเบ้ ที่สอดทะลุแนวรับเข้าไปยิงด้วยขวาบอลเสียบเสาแรกอย่างเฉียบขาด พลิกกลับมาขึ้นนำแล้วสำหรับทีมเยือน

นาทีที่ 42 ทั้งสองทีมได้ลุ้นคนละจังหวะ เจ้าบ้านได้จากซาเน่ เปิดบอลเข้ากลาง แต่ซูบาซิซ เอาไม่อยู่เกือบโดนยิงซ้ำ แต่จังหวะสวนกลับฟัลเกาได้หลุดเข้าเขตโทษด้านซ้ายก่อนยิงเข้าข้างตาข่าย

จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1 – 2 อาแอส โมนาโก

ครึ่งหลังทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนตัว

นาทีที่ 49 โมนาโก ได้จุดโทษจากจังหวะเปิดบอลเข้าเขตโทษของเลมาร์ จะให้ฟัลเกาแต่เจอโอตาเมนดี้ สกัดจากด้านหลัง ผู้ช่วยผู้ตัดสินแจ้งให้ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษสำหรับทีมเยือน

นาทีที่ 50 ฟัลเกา ดึงจังหวะหลอกหนึ่งจังหวะก่อนยิงไปทางขวาของตัวเอง แต่กาบาเยโร่ เดาทางออกเซฟไว้ได้ ชวดได้ประตูนำห่างไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 55 สเตอร์ลิงพยายามใช้ความเร็วกระชากผ่านบากาโยโก้ ตัวรับโมนาโก ก่อนเจอสกัดล้มลง กรรมการได้แจกใบเหลืองอีกใบกับทางฝั่งทีมเยือน จังหวะฟรีคิก เดอ บรอยน์ ตัดสินใจเปิดบอลพุ่งเข้าเขตโทษ ไม่มีใครเข้าถึงบอลผ่านหน้าประตูออกไป

Goal! นาทีที่ 58 “เรือใบสีฟ้า” กลับมาสู่เกมจาการกระชากขึ้นมาของสเตอร์ลิง ก่อนแทงไปข้างหน้าให้อเกวโร่ ยิงด้วยขวาบอลพุ่งเรียดเหมือนไม่มีอะไร แต่ซูบาซิซ ดันรับไม่อยู่บอลปลิ้นเข้าประตูไป

Goal! นาทีที่ 61 โมนาโกกลับขึ้นนำอีกครั้ง จากความผิดพลาดของจอห์น สโตนส์ จากลูกบอมบ์ยาวเข้าเขตโทษ กองหลังทีมชาติอังกฤษเบียดแย่งฟัลเกาไม่อยู่จากจังหวะหนึ่งต่อหนึ่ง ก่อนที่ “เอล ติเกร” จะโชว์ควาเหนือชั้นด้วยการยิงลูกชิพข้ามหัวนายทวารกาบาเยโร่ เข้าไปอย่างเหนือชั้น

นาทีที่ 62 เจ้าบ้านเปลี่ยนตัวคนแรกถอดเฟร์นานดินโญ่ออกส่ง ปาโบล ซาบาเลต้า ลงมารับงานแบ็คขวาตำแหน่งประจำของเขา

นาทีที่ 68 เจ้าบ้านชวดได้จุดโทษอีกครั้งจากจังหวะสเตอร์ลิงโดนเมนดี้เข้ามาสกัดด้านหลัง แต่กรรมการก็ยังไม่เป่าให้อีกครั้ง ในจังหวะต่อมาเอ็มแบ๊บเบ้ ได้ลองยิงในเขตโทษบอลเข้าข้างตาข่าย

Goal! นาทีที่ 71 เรือใบสีฟ้า ตีเสมอ 3-3 จากลูกเตะมุมซิลบาเปิดบอลข้ามมาถึงเสาสอง อเกวโร่ ได้เอี้ยวตัววอลเลย์ด้วยขวาบอลพุ่งเรียดๆ เข้าไปประตูไป เป็นประตูที่สองของ “เอล กุน”

Goal! นาทีที่ 77 เกมโคตรพลิกไปมา เมื่อเจ้าบ้านได้ลูกเตะมุม และเป็นยาย่า ตูเร่ โหม่งเช็ดมาเสาสองให้สโตนส์ ได้จิ้มจ่อๆ สามหลาไม่มีพลาด กลับขึ้นนำในเกมนี้อีกครั้ง!

นาทีที่ 79 โมนาโก ถอด เอ็มแบ๊เบ้ ออก ส่งวาเลรี แชร์กแมง กองหน้าอีกคนลงสนาม

นาทีที่ 80 เจ้าบ้านเกือบได้ลูกที่ 5 จากการยิงในเขตโทษของ อเกวโร่ แต่ลูกยิงของเขาไปติดเซฟนายทวารซูบาซิซ

Goal! นาทีที่ 82 เรือใบสีฟ้าได้ประตูที่ 5 ที่ต้องการจากกจังหวะแทงทะลุช่องของซิลบาเข้าเขตโทษให้กับอเกวโร่ เลือกเปิดบอลต่อให้ซาเน่ ได้ยิงจ่อๆ ไม่มีเหลือ

นาทีที่ 84 โมนาโกหวิดได้ประตูจากลูกยิงของฟัลเกาหน้าเขตหกหลา แต่บอลไปติดขาของกาบาเยโร่ เซฟเอาไว้ได้ ก่อนที่โมนาโก จะถอดเบอร์นาโด้ ซิลวา ออก ส่งเจา มูตินโญ่ ลงมาแทน

นาทีที่ 87 เจ้าบ้านถอด เซร์คิโอ อเกวโร่ ออกส่ง เฟร์นานโด กองกลางตัวรับลงมาแทน ในขณะที่นาทีต่อมา โมนาโกส่งผู้เล่นคนสุดท้าย นาบิล ดิราร์ ลงแทน มูร์ บากาโยโก้

ทดเวลาบาดเจ็บสามนาที เจ้าบ้านยังคงเดินหน้าบุกต่อเพื่อหาอีกประตู ในขณะที่โมนาโก ก็รอโอกาสสวนกลับเพื่อมองหาประตูที่สี่ ที่จะทำให้พวกเขาเล่นง่ายขึ้นในเกมนัดที่สองในบ้านของตัวเอง

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โชว์สุดยอดคัมแบ็คกลับมาชนะ โมนาโก ได้อย่างสุดมันส์ 5-3 โดยทั้งสองทีมจะพบกันอีกครั้งในวันที่ 16 มีนาคมนี้

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้: วิลลี่ กาบาเยโร่, บาการี่ ซานญ่า, จอห์น สโตนส์, นิโคลัส โอตาเมนดี้, เฟร์นานดินโญ่ (ปาโบล ซาบาเลต้า 62), ยาย่า ตูเร่, ราฮีม สเตอร์ลิง (เซซุส นาบาส 89), เควิน เดอ บรอยน์, ดาวิด ซิลบา, เลอรอย ซาเน่, เซร์คิโอ อเกวโร่ (เฟร์นานโด 87)

โมนาโก: ดานิเยล ซูบาซิซ, เบนจามิน เมนดี้, อันเดร ราจจี้, คามิล กลิ๊ก, ฌิบริล ซิดิบี้, โธมัส เลมาร์, ตีมูร์ บากาโยโก้ (นาบิล ดิราร์ 87), ฟาบินโญ่, เบอร์นาโด้ ซิลวา (เจา มูตินโญ่ 84), ราดาเมล ฟัลเกา, คีเลียน เอ็มแบ็บเบ้ (วาเลรี แชร์กแมง 79)