www.football-crazy.com  ครบทุกเรื่องสำหรับคนบ้าฟุตบอล
Hot News

บทสรุปฟุตบอลโลก2018:ฝรั่งเศสแชมป์โลกสมัยที่2,”โมดริช”แข้งยอดเยี่ยมและ…

jjd

samsung-banner-300x42-1-300x42-300x42-300x42-300x42

ฟุตบอลโลก นัดชิงชนะเลิศ ที่สนาม ลุซนิกิ สเตเดี้ยม เมื่อค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ผ่าน ซึ่งกลายเป็น ทัพ “ตราไก่” ทีมชาติ ฝรั่งเศส ที่เอาชนะ “ตาหมากรุก” ทีมชาติ โครเอชีย ไปแบบสุดมันส์ 4-2 คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่

 

ขณะเดียวกัน ลูก้า โมดริช เพลย์เมคเกอร์ตัวเก่งทีมชาติโครเอเชีย ขึ้นแท่นรับรางวัล “โกลเด้น บอล” นักเตะยอดเยี่ยมฟุตบอลโลกตามคาด ขณะที่คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่แจ้งเกิดเต็มตัวกับทีมชาติฝรั่งเศส ซิวรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมไร้ข้อกังขาหลังยิงไปถึง 4 ประตูในบอลโลกหนนี้

 

ส่วนรางวัล “โกลเด้น บูท” ดาวซัลโวสูงสุด ไม่ใช่ของใครที่ไหน แฮร์รี่ เคน ยอดศูนย์หน้ากัปตันทีมชาติอังกฤษ ที่ทำไป 6 ประตู นอกจากนี้ ธิโบต์ คูร์กตัวส์ รับรางวัล “โกลเด้น โกลฟ์” ผู้รักษประตูยอดเยี่ยมจากฟอร์มเซฟเหนียวหนึบให้ทีมชาติเบลเยียม และปิดท้ายรางวัลฟีฟ่า แฟร์เพลย์ ตกเป็นของทีมชาติสเปน

 

สรุปรางวัลยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลก

 

แชมป์ : ฝรั่งเศส (สมัยที่ 2)

รองแชมป์ : โครเอเชีย

อันดับ 3 : เบลเยียม

 

อาดิดาส โกลเด้น บอล (นักเตะยอดเยี่ยม) 

1. ลูก้า โมดริช (โครเอเชีย)

2. เอแด็น อาซาร์ (เบลเยียม)

3. อ็องตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส)

 

นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยม

คีลียัน เอ็มบั๊ปเป้ (ฝรั่งเศส)

 

ราวัล แฟร์ เพลย์

ทีมชาติสเปน

 

อาดิดาส โกลเด้น โกลฟ (ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม)

ติโบต์ กูร์กตัวส์ (เบลเยียม)

 

ดาวซัลโว

1. แฮร์รี่ เคน (อังกฤษ) 6 ประตู

2. อ็องตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส) 4 ประตู 2 แอสซิสต์

3. โรเมลู ลูกากู (เบลเยียม) 4 ประตู 1 แอสซิสต์

 

 

สถิติต่างๆในบอลโลกหนนี้

 

-ดิดิเย่ร์ เดส์ช็องส์ คือคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่ได้แชมป์โลกทั้งฐานะนักเตะและโค้ชต่อจาก มาริโอ ซากัลโล่ แห่ง บราซิล (ผู้เล่น 1958 กับ 1962, กุนซือ 1970) และ ฟรานซ์ เบ็คเค่นบาวเออร์ ของ เยอรมันตะวันตก (1974 ผู้เล่น, 1990 โค้ช)

 

–  โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ จบสกอร์ไม่ตรงกรอบแม้แต่ครั้งเดียวตลอด 546 นาทีที่ได้ลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งนี้

 

– คีเลียน เอ็มบัปเป้ คือนักเตะอายุน้อยสุดตลอดกาลอันดับ 2 (19 ปี, 207 วัน) ที่ทำประตูได้ในนัดชิงเวิลด์ คัพต่อจาก เปเล่ (17 ปี, 249 วัน)

 

– ปอล ป็อกบา กับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ลงตัวจริงพร้อมกัน 19 นัด ฝรั่งเศส ไม่เคยแพ้ (ชนะ 15, เสมอ 4)

 

– มาริโอ มานด์ซูคิช คือนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำเข้าประตูตัวเองในนัดชิงแชมป์โลก

 

– นัดชิงครั้งนี้ยิงรวมกัน 6 ประตูเท่ากับปี 1966 ที่ลอนดอนซึ่ง อังกฤษ ชนะ เยอรมันตะวันตก 4-2 ครั้งเดียวที่มากกว่าคือนัดชิงปี 1958 บราซิล ถล่ม สวีเดน 5-2

 

– บอลโลกครั้งนี้ไม่มีสกอร์แค่นัดเดียวคือ ฝรั่งเศส กับ เดนมาร์ก ในรอบแบ่งกลุ่ม เป็นรองแค่ปี 1954 ที่ไม่มีเลย

fff fff